เป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมว..คุ้มค่าจริงหรือ ?
สุภาษิตที่ว่า “แมวไม่ใช่สุนัขตัวเล็ก” ยังคงเป็นความจริงเสมอ และคลินิคสัตว์เลี้ยงหลาย ๆ แห่ง ดูค่อนข้างมุ่งเน้นไปด้านการรักษาสุนัขมากกว่าแมว นายสัตวแพทย์ เปเร เมร์กาแดร์จึงได้กลับไปศึกษาทบทวนงานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาเกี่ยวกับ “การเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมว” นั้นส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างไร
Article
ประเด็นสำคัญ
1. พบว่าแมวหลายตัวจะมีความเครียดเพิ่มขึ้น หากต้องไปยังคลินิคสัตว์เลี้ยง ทำให้เจ้าของหลายคนยิ่งหลีกเลี่ยงที่จะพาสัตว์เลี้ยงของตนไปตรวจ เกิดเป็นวงจรอุบาทว์
2. การสำรวจล่าสุดพบว่า การได้รับการรับรองเป็น “คลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว” มีประโยชน์หลากหลายอย่าง
Introduction
แมวมีธรรมชาติที่แตกต่างและมีความต้องการบางอย่างที่ไม่เหมือนสุนัข ซึ่งทำให้การพาแมวมาที่คลินิคเป็นเรื่องที่ตึงเครียด ไม่เพียงแค่แมวแต่ยังรวมถึงเจ้าของและสัตวแพทย์เองด้วย ซึ่งนี่อาจจะทำให้เกิดวงจรอุบาทว์เมื่อแมวเกิดความเครียดเมื่อมาคลินิค เจ้าของจะหลีกเลี่ยงหรือผลัดวันในการมาคลินิค ทำให้สัตวแพทย์มีโอกาสที่จะเจอแมวน้อยลง เมื่อเทียบกับหมา ทำให้สัตวแพทย์มีประสบการณ์รับมือกับแมวอย่างเหมาะสมน้อยลงตาม (รูปภาพที่ 1)
เพื่อจะแก้ไขปัญหานี้ สมาคมเวชศาสตร์แมวสากล (The International Society of Feline Medicine) หรือ ISFM [1] ได้ออกแบบโปรแกรม— คลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว (the Cat Friendly Clinic) หรือ CFC [2] — เพื่อช่วยสัตวแพทย์สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แมวที่เข้ามารับการรักษา รวมถึงเจ้าของสัตว์ด้วย โดยโปรแกรมนี้จะมีข้อมูลและสื่อสนับสนุนเพื่อช่วยให้คลินิคที่สนใจ มีมาตรฐานในการดูแลแมวให้ดียิ่งขึ้นและรวมถึงการขอรับการรับรองที่เกี่ยวข้องได้
รอยัลคานินจึงได้มอบหมายให้ VMS 1 ซึ่งเป็นสถาบันช่วยเหลือได้การทำงานวิจัยด้านสัตว (Veterinary Management Studies) ศึกษาวิจัยเพื่อตอบคำถามว่า การเป็นคลินิกที่เป็นมิตรกับแมว (Cat Friendly Clinics) สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในลูกค้าที่เลี้ยงแมวได้มากกว่า คลินิกทั่วไป หรือไม่? การสรุปวิธีที่ใช้ในการวิจัย ประเด็นสำคัญที่พบ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากงานวิจัยที่ได้รับ จะถึงนำเสนอดังต่อไปนี้
1 www.estudiosveterinarios.com
ระเบียบวิธีวิจัย VMS ทำการวิเคราะห์โดยใช้ธุรกรรมของผู้ป่วยแมวทั้งหมด 8,490 ตัวจากคลินิคในประเทศสเปนที่ได้รับรองการเป็นคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว จำนวน 29 แห่งในช่วงเวลา 2015 ถึง 2017 โดยจะนำข้อมูลชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับธุรกรรมของผู้ป่วยแมวทั้งหมด 123,674 ตัว จากคลินิคในสเปนที่ไม่ได้รับการรองรับการเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับน้องแมว โดยใช้ช่วงเวลาเดียวกัน จากนั้นนำไปตรวจสอบโดยใช้สถิติเพื่อยืนยันในเรื่องของการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์และขนาดที่ไม่แตกต่างกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยแทรกซ้อนต่อผลงานวิจัย โดยในขณะนั้นประเทศสเปน มีคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมวจำนวน 94 แห่งจากคลินิคสัตวแพทย์ทั้งหมด 5,350 แห่งทั่วประเทศ โดยประเด็นสำคัญจะนำเสนอผ่านกราฟิกที่ถูกแสดงไว้ในส่วนถัดไป การศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต การศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตอาจมุ่งเน้นไปยังการตรวจสอบสมมติฐานความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล โดยการศึกษาผลลัพธ์การและหลังของการได้รับการรับรองเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมว การศึกษาระดับความร่วมมือจากเจ้าของรวมถึงตัวชี้วัดด้านสุขภาพต่าง ๆ ในแมวอาจจะเป็นข้อมูลที่มีมูลค่ามากในมุมมองของทางคลินิค โดยมีสมมติฐานว่า การความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับทางคลินิค จะทำให้แมวมีสุขภาพดีขึ้นด้วย จากตัวอย่างของการศึกษาพบว่า คลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว มีเปอร์เซ็นของแมวทำหมันแล้วสูงกว่าคลินิคทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมหลังได้สัมภาษณ์หรือทำการสำรวจในผู้เลี้ยงแมวที่เข้ามาใช้บริการ ทำความเข้าใจให้ดีขึ้นเพื่อระดับความพึงพอใจที่ดียิ่งขึ้น หรือสามารถค้นหาปัจจัยที่แตกต่างเพื่อสามารถเป็นคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมวให้ดียิ่งขึ้น
ระเบียบวิธีวิจัย
VMS ทำการวิเคราะห์โดยใช้ธุรกรรมของผู้ป่วยแมวทั้งหมด 8,490 ตัวจากคลินิคในประเทศสเปนที่ได้รับรองการเป็นคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว จำนวน 29 แห่งในช่วงเวลา 2015 ถึง 2017 โดยจะนำข้อมูลชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับธุรกรรมของผู้ป่วยแมวทั้งหมด 123,674 ตัว จากคลินิคในสเปนที่ไม่ได้รับการรองรับการเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับน้องแมว โดยใช้ช่วงเวลาเดียวกัน จากนั้นนำไปตรวจสอบโดยใช้สถิติเพื่อยืนยันในเรื่องของการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์และขนาดที่ไม่แตกต่างกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยแทรกซ้อนต่อผลงานวิจัย โดยในขณะนั้นประเทศสเปน มีคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมวจำนวน 94 แห่งจากคลินิคสัตวแพทย์ทั้งหมด 5,350 แห่งทั่วประเทศ โดยประเด็นสำคัญจะนำเสนอผ่านกราฟิกที่ถูกแสดงไว้ในส่วนถัดไป
ประเด็นสำคัญ
- การเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมวดึงดูดให้มีแมวเข้ามารับบริการในเปอร์เซ็นที่มากกว่าของแมวที่เข้ามารับการรักษาของสัตว์ป่วยทั้งหมด
• การเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมวสามารถมีเปอร์เซ็นรายได้จากแมวที่เข้ามารับบริการมากกว่า % รายได้ของคลินิคที่ได้รับจากแมวที่เข้ามารับบริการ
| 2015 | 2016 | 2017 | |
| คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว | 20.3% |
20.8% |
20.8% |
| คลินิคทั่วไป | 15.6% |
15.8% |
16.0%1 |
| โดยรวม | 16.0% |
16.1% |
16.4% |
• การเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมวมีความถี่ของการเข้าใช้บริการจากแมวมากกว่าถึง 30 % จำนวนครั้งโดยเฉลี่ยของการทำธุรกรรม(เข้ารับบริการที่คลินิค) ต่อปีในผู้ป่วยแมวหนึ่งตัว
| 2015 | 2016 | 2017 | |
| คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว | 3.36 |
3.45 |
3.62 |
| คลินิคทั่วไป | 2.65 |
2.68 |
2.781 |
| โดยรวม | 2.70 |
2.72 |
2.84 |
*CF: คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว (Cat Friendly), **NCF: คลินิกทั่วไปที่ไม่ผ่านการรับรองเป็นมิตรกับแมว (Non Cat Friendly)
• การเป็นคลินิคที่เป็นมิตรกับแมวโดยเฉลี่ยจะมีมูลค่าการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยมากกว่าประมาณ 12% จากแมวที่เข้ารับบริการ (มูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งในแมวที่เข้ามาใช้บริการ) [ค่าเงินยูโร]
| 2015 | 2016 | 2017 | |
| คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว | 52.40 |
53.81 |
54.22 |
| คลินิคทั่วไป | 47.84 |
48.49 |
48.531 |
| โดยรวม | 48.20 |
48.92 |
49.00 |
• เจ้าของแมวใช้จ่ายมากกว่า 45% ต่อปีในคลินิคที่เป็นมิตรกับแมว เทียบกับคลินิคที่มีการให้การรักษาแมวทั่วไป และมีความแตกต่างเพิ่มขึ้นอีกตามเวลา
*มูลค่าของการใช้จ่ายตลอดทั้งปีจากแมวที่เข้าเข้ารับบริการ
| 2015 | 2016 | 2017 | |
| คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว | 176.29 |
185.90 |
196.50 |
| คลินิคทั่วไป | 126.80 |
129.74 |
135.01 |
| โดยรวม | 129.95 |
133.27 |
138.96 |
• 40% ของเจ้าของแมวมีการซื้ออาหารสัตว์ในคลินิคที่เป็นมิตรต่อแมว
*% ของเจ้าของแมวที่มีการซื้ออาหารสัตว์ในคลินิคอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี
| 2015 | 2016 | 2017 | |
| คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว | 28.2% |
29.7% |
30.4% |
| คลินิคทั่วไป | 21.6% |
21.2% |
21.8%1 |
| โดยรวม | 22.0% |
21.8% |
22.3% |
*CF: คลินิกที่เป็นมิตรกับแมว (Cat Friendly), **NCF: คลินิกทั่วไปที่ไม่ผ่านการรับรองเป็นมิตรกับแมว (Non Cat Friendly)
อ้างอิง
- https://catfriendlyclinic.org/ accessed 21st November 2018
- https://icatcare.org/isfm accessed 21st November 2018
เปเร เมร์กาแดร์
DVM, MBAประเทศสเปน
นายสัตวแพทย์ เปเร เมร์การ์แตร์ได้เริ่มทำงานในตำแหน่งด้านการบริหารจัดการคลินิคสัตวแพทย์ตั้งแต่ปีค.ศ. 2001 และได้พัฒนาตนเองในสายงานนี้ในประเทศสเปน โปรตุเกสรวมถึงบางประเทศในแถบละตินอเมริกานับตั้งแต่นั้นมา โดยผลงานที่โดดเด่นของเขานั้นคือการตีพิมพ์เกี่ยวกับการตั้งราคาและกำไรของคลินิคสัตวแพทย์ในประเทศสเปน ให้การบรรยายด้านการบริหารจัดการคลินิคในประเทศต่าง ๆ มากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และเขียนหนังสือเกี่ยวกับ “Management Solutions for Veterinary Practices” หรือ แนวทางแก้ปัญหาโดยด้านการจัดการคลินิคสัตว์แพทย์ ซึ่งได้ตีพิมพ์ในประเทศสเปน อังกฤษ จีนและขายไปทั่วโลก และในปี 2008 เขาร่วมก่อตั้งบริษัท VMS (Veterinary Management Studies) บริษัทที่ให้บริการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบให้แก่คลินิคสัตว์แพทย์กว่า 800 แห่งในประเทศสเปน นอกจากนี้หมอเมร์การ์แตร์ ยังเป็นผู้ก่อตั้ง Spanish Veterinary Practice Management Association (AGESVET) หรือสมาคมการบริหารจัดการคลินิกสัตวแพทย์ประเทศสเปน และยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการบริหารของสมาคมนานถึง 8 ปี
Other articles in this issue
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย