Article
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงและบทบาทของสัตวแพทย์ในโภชนาการที่ยั่งยืน
เขียนโดย มาริยง ซาร์เทล และ เจฟฟรีย์ ดาเนียล
ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้ใจ และเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ วิชาชีพสัตวแพทยสามารถเป็นผู้เล่นหลักในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ความเสี่ยงต่อ ภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) และ โรคที่เกิดจากพาหะ (vector-borne diseases) ที่เพิ่มมากขึ้น
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะจากวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ แนวทางโภชนาการที่ยั่งยืน สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
สัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนและทางเลือกด้านอาหารที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
สัตวแพทย์สามารถมีส่วนช่วยในการปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ให้กับนักศึกษาสัตวแพทย์ โดยการ สนับสนุนให้มีการสอนเรื่องความยั่งยืนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี

บทนำ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายและภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ (1) และแน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ผลกระทบต่อ สุขภาพและโภชนาการของสัตว์เลี้ยงก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย บทความนี้จะกล่าวถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสัตว์เลี้ยง และเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสัตวแพทย์ในการเผชิญและจัดการกับความท้าทายเหล่านี้
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความเครียดจากความร้อนและโรคจากพาหะที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์ก็มีความเสี่ยงต่อภาวะเครียดจากความร้อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด คลื่นความร้อน (heatwaves) ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิด ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน หรือแม้แต่ ลมแดด (heatstroke) ที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างรุนแรง (1,2) สุนัขบางสายพันธุ์ เช่น Cavalier King Charles Spaniels และ Bulldog ซึ่งเป็นพันธุ์หน้าสั้น (brachycephalic breeds) มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกะโหลกศีรษะที่สั้นและรูจมูกที่แคบทำให้หายใจลำบากเมื่อต้องเจอกับอากาศร้อนจัด (ภาพที่ 1) (3)
นอกจากนี้ ลูกสุนัขและสุนัขสูงวัย ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน เพราะร่างกายอาจไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังส่งผลต่อ การกระจายตัวของปรสิตและพาหะนำโรค เช่น เห็บและยุง ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคไปยังสัตว์เลี้ยงได้ อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ ถิ่นอาศัยของพาหะเหล่านี้ขยายกว้างขึ้น ส่งผลให้โรคต่าง ๆ เช่น โรคไลม์ (Lyme disease) และ โรคพยาธิหนอนหัวใจ (heartworm) กลายเป็นปัญหาที่พบมากขึ้น (ภาพที่ 2) (3–5) ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่เคยพบโรคจากเห็บในระดับต่ำ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้เริ่มรายงานจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากฤดูหนาวที่อบอุ่นขึ้นช่วยให้เห็บสามารถอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (6)
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีรายได้น้อย อาจเผชิญกับ อุปสรรคเพิ่มเติมในการจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ เช่น ขาดการเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ ยาป้องกันโรค หรือทรัพยากรที่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยจากความร้อนจัดในช่วงอากาศสุดขั้ว

พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง อาจเปลี่ยนแปลงได้จาก ปัจจัยความเครียดที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ เช่น เหตุการณ์อากาศสุดขั้วอย่าง ไฟป่า หรือ น้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของต้องย้ายที่อยู่ (ภาพที่ 3) สัตวแพทย์ควรตระหนักว่าเหตุการณ์เหล่านี้สามารถนำไปสู่ ปัญหาพฤติกรรมในสัตว์เลี้ยง และควรให้คำแนะนำหรือการดูแลที่เหมาะสม (7) ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบบ่อย เช่น เห่าหรือร้องมากผิดปกติ ซ่อนตัวเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังครอบคลุมถึงเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร โดยเหตุการณ์อากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้งหรืออุทกภัย อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง เมื่อจำนวนแมวและสุนัขทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการอาหารสัตว์ก็จะสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจนำไปสู่ การขาดแคลนวัตถุดิบ (8) ลูกแมวและลูกสุนัขซึ่งมีความต้องการสารอาหารเฉพาะสำหรับการเจริญเติบโต อาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษจากความไม่แน่นอนในด้านปริมาณและคุณภาพของอาหาร ในพื้นที่ที่ประสบภาวะแห้งแล้งหรือน้ำท่วม วัตถุดิบหลักสำหรับผลิตอาหารสัตว์อาจหาได้ยาก ส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์สูงขึ้นและมีปริมาณลดลง ซึ่งสร้างภาระต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก สถานการณ์เหล่านี้จึงเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนที่สามารถรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทของโภชนาการในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แนวทางการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน
การผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งปีของสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัว (9) เพื่อรับมือกับปัญหานี้ อุตสาหกรรมจึงหันมาให้ความสำคัญกับการจัดหาและการออกแบบสูตรอาหารอย่างยั่งยืนโดยมีกลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. การเลือกวัตถุดิบ
โดยใช้วัตถุดิบที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นต์ต่ำ และมาจากกระบวนการเกษตรที่ยั่งยืน หลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนแนวทางเกษตรฟื้นฟู (regenerative agriculture) ซึ่งช่วยฟื้นฟูดินและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ (ภาพที่ 4) (10) ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มที่ใช้ระบบเกษตรฟื้นฟูหรือเกษตรอินทรีย์ สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. การลดของเสีย (Waste reduction)
นำผลพลอยได้ (byproducts) จากอุตสาหกรรมอาหารมนุษย์มาใช้ในสูตรอาหารสัตว์ เพื่อช่วยลดปริมาณของเสียและการใช้ทรัพยากร การใช้วัตถุดิบเหล่านี้ช่วยลดความจำเป็นในการใช้วัตถุดิบเกษตรหลัก ทำให้ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยรวม (11) นอกจากช่วยในการจัดการของเสียแล้ว ยังเป็นแนวทางที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และ์ในมุมมองเชิงจริยธรรมคือเป็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากสัตว์ที่ถูกนำมาเป็นอาหาร
3. สูตรอาหารพลังงานสูง
พัฒนาอาหารสัตว์ที่มีพลังงานสูง ทำให้ใช้ปริมาณอาหารน้อยลง แต่ยังคงตอบสนองความต้องการทางโภชนาการได้ครบถ้วน สูตรลักษณะนี้ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับพลังงานที่เพียงพอในขณะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อแคลอรี่น้อยลง (11)

ให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง
สัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน โดยเฉพาะใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:
- ส่งเสริมการให้อาหารอย่างสมเหตุสมผล แนะนำให้หลีกเลี่ยงการให้อาหารมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลเสียต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ที่สูงขึ้น ให้ความรู้เรื่องการควบคุมปริมาณอาหารและประโยชน์ของการให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม (12) การให้แนวทางที่ชัดเจนในการให้อาหารจะช่วยให้เจ้าของตัดสินใจได้ดีขึ้นเพื่อสุขภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อม
- การจัดการของเสีย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทิ้งและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์ และวัสดุอื่น ๆ อย่างเหมาะสมสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือ รีไซเคิลได้เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (13)
- การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ช่วยแนะนำเจ้าของในการเลือกอาหารสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ที่เน้นการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตอย่างยั่งยืนเพื่อให้เจ้าของสามารถตัดสินใจโดยอ้างอิงจากข้อมูล (ภาพที่ 5)

สัตวแพทย์อยู่ในตำแหน่งที่มีความพิเศษที่สามารถส่งอิทธิพลต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงและสังคมในวงกว้าง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ การแนะนำแนวทางการให้อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถช่วย ปลูกฝังความรับผิดชอบในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ได้ แต่สัตวแพทย์ยังสามารถมีบทบาทได้มากกว่านั้น โดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้ การจัดสัมมนาและกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องความยั่งยืน
การร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นหรือกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยขยายผลของแนวคิดสู่สังคมในวงกว้าง (14) ตัวอย่างเช่น คลินิกสัตวแพทย์แห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียได้จัดงาน “Pet Wellness and Sustainability Fair” ซึ่งเปิดให้เจ้าของสัตว์ในชุมชนเข้าร่วมเวิร์กช็อปต่าง ๆ เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางการให้อาหารอย่างสมเหตุสมผล ความสำคัญของการรับสัตว์เลี้ยงจากศูนย์พักพิงกิจกรรมนี้ไม่เพียงแค่ให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกร่วมกันในชุมชนเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืนอีกด้วย
สัตวแพทย์ยังสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมในงานวิจัยแบบสหวิทยาการ ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสัตวแพทยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สัตวแพทย์สามารถทำงานร่วมกับผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสินค้าที่มีความยั่งยืนมากขึ้น แนวทางนี้จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมด้านสูตรอาหารสัตว์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การผลักดันโปรตีนทางเลือก สนับสนุนให้ผู้ผลิตสำรวจแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น โปรตีนจากแมลง โปรตีนจากพืช แนวทางนี้จะช่วยรักษาแหล่งโปรตีนในอนาคตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตโปรตีนแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์หรือลูกผสมของผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า (15)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการกระจายตัวของปรสิตและพาหะนำโรค เช่น เห็บและยุง ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ มาสู่สัตว์เลี้ยงได้โดยตรง อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ ถิ่นอาศัยของพาหะเหล่านี้ขยายกว้างขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคไลม์ โรคพยาธิหนอนหัวใจ
นอกเหนือจากด้านโภชนาการแล้ว สัตวแพทย์ยังสามารถนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ภายในคลินิกของตนเองเพื่อช่วยลด คาร์บอนฟุตพริ้นต์ได้ (16) แม้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องนี้จะกล่าวไว้ในบทความอีกฉบับ แต่ตัวอย่างแนวทางที่สามารถนำมาใช้ได้ ได้แก่ การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน การจัดซื้อเวชภัณฑ์จากแหล่งที่ยั่งยืน การใช้วิธีวางยาสลบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างเช่น ในปี 2024 บริษัท Mars Veterinary Health ได้นำเทคโนโลยีใหม่ในการดักจับก๊าซจากยาสลบมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน (17)
นอกจากนี้ สัตวแพทย์ยังควรมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสัตวแพทย์รุ่นใหม่ โดยการส่งเสริมให้มีการบรรจุเนื้อหาเรื่องความยั่งยืนลงในหลักสูตรระดับปริญญาตรี การเพิ่มหัวข้อเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อวิชาชีพสัตวแพทย์จะช่วยให้นิสิตคิดวิเคราะห์ถึงบทบาทของตนเองในอนาคต ในการเผชิญกับปัญหาโลกร้อน (18) หัวข้อนี้ยังควรถูกนำไปบรรจุไว้ในการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (Continuing Professional Development - CPD)
สัตวแพทย์อยู่ในตำแหน่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งสามารถมีอิทธิพลต่อทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและสังคมในวงกว้างในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริม แนวทางการให้อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแท้จริง
สรุป
เรื่องของภาวะโลกร้อนกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงกำลังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั้งสัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์ต้องเผชิญร่วมกัน โดยการทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงอย่างไร และการปรับใช้แนวทางโภชนาการที่ยั่งยืน เราจะสามารถร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้นทั้งสำหรับสัตว์เลี้ยงและโลกใบนี้ เมื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การมีความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนจะเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุ้มครองสุขภาพของสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ในระยะยาว
อ้างอิง
- World Health Organization. Ten threats to global health. Available at: https://www.who.int/news-room/spotlight/ten-threats-to-global-health-in-2019/ Accessed 13th April 2025.
- Protopopova A, Ly L, Legge BJ, et al. Climate change and companion animals: identifying links and opportunities for mitigation and adaptation. Animals 2021;11(6):1161-1168.
- National Aeronautics and Space Administration (NASA), 2021. The effects of climate change. Available at: https://science.nasa.gov/climate-change/effects/ Accessed 15th April 2025.
- Montoya-Alonso JA, Morchón R, García-Rodríguez SN, et al. Expansion of canine heartworm in Spain. Animals (Basel). 2022;12(10):1268
- Széll Z, Bacsadi Á, Szeredi L, et al. Rapid spread and emergence of heartworm resulting from climate and climate-driven ecological changes in Hungary. Vet. Parasitol. 2020;280:109067.
- Minigan JN, Hager HA, Peregrine AS, et al. Current and potential future distribution of the American dog tick (Dermacentor variabilis, Say) in North America. Ticks Tick. Borne Dis. 2018;9(2):354-362.
- Palestrini C, Minozzi G, Mazzola SM, et al. Do intense weather events influence dogs’ and cats' behavior? Analysis of owner reported data in Italy. Front. Vet. Sci. 2022;9:973574
- Dijk M, Morley T, Rau ML, et al. A meta-analysis of projected global food demand and population at risk of hunger for the period 2010-2050. Nature Food. 2021;2;494-501.
- Annaheim J, Jungbluth N, Meili C. Life cycle assessment of pets and companion animals in Switzerland, 2002. Available at: https://www.researchgate.net/publication/329610561_Okobilanz_von_Haus-_und_Heimtieren_Uberarbeiteter_und_erganzter_Bericht Accessed 18th April 2025.
- Schulte L, Dale B, Bozzetto B, et al. Meeting global challenges with regenerative agriculture producing food and energy. Nature Sust. 2022;5;384-388.
- Daniel G, Sarteel M. Royal Canin, personal data 2025.
- Hall EJ, Carter AJ, O’Neill DG. Incidence and risk factors for heat-related illness (heatstroke) in UK dogs under primary veterinary care in 2016. Sci. Rep. 2020;10(1):9128.
- Ellen McArthur Foundation. Our vision for a circular economy of plastics. Available at: https://www.ellenmacarthurfoundation.org/plastics-vision Accessed 17th April 2025.
- British Veterinary Association 2019. https://www.bva.co.uk/news-and-blog/news-article/heatwave-sparks-dogs-in-hot-cars-calls-as-reports-hit-three-year-high/ Accessed 13th April 2025.
- EIT Food partners with Mars for an Open Innovation Challenge to transform fibre for petcare. Available at: https://www.eitfood.eu/news/eit-food-mars-launch-open-innovation-challenge-transform-fibre-petcare Accessed 16th April 2025.
มารียง ซาร์เตล
MEng, โรยัล คานิน, มงต์เปลลิเยร์, ฝรั่งเศส
มารียง ซาร์เตล เป็นผู้นำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกของ Royal Canin โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง เธอเป็นวิศวกรที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเกษตรศาสตร์ (SupAgro) ในเมืองมงต์เปลลิเยร์ และเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงคณะกรรมาธิการยุโรป โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในภาคอาหารและอาหารสัตว์ มารียงเป็นผู้นำความมุ่งมั่นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ Royal Canin ในระดับโลกมาตั้งแต่ปี 2018 โดยขับเคลื่อนโครงการและแผนงานหลากหลายทั่วทั้งองค์กร ซึ่งได้สร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อสิ่งแวดล้อมแล้วในปัจจุบัน
เจฟฟรีย์ ดาเนียล (Geoffrey Daniel)
วท.ม. (MSc), Royal Canin, มงต์เปลลิเยร์ ประเทศฝรั่งเศส
เจฟฟรีย์ ดาเนียล สำเร็จการศึกษาจาก ENITIAA School of Food Science and Engineering เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส และได้เข้าร่วมงานกับ Royal Canin ตั้งแต่ปี 2003 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในด้าน นักวิทยาศาสตร์กระบวนการและผลิตภัณฑ์ (R&D Process and Product Scientist) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน โภชนาการอย่างยั่งยืนและการออกแบบสูตรอาหาร (sustainable nutrition and diet formulation) เขามีประสบการณ์มากมายภายในเครือข่ายการผลิตของ Royal Canin และตั้งแต่ปี 2023 ได้รับตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนในการออกสูตรอาหาร (Formulation Sustainability Expert) ปัจจุบันเขาเป็นผู้นำโครงการด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Royal Canin โดยมุ่งเน้นไปที่การลดคาร์บอนจากสูตรอาหารสัตว์ การประสานงานร่วมกับทีมการค้า ทีมสูตรอาหารและทีมด้านความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในทุกมิติ
Other articles in this issue
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย