Article

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงและบทบาทของสัตวแพทย์ในโภชนาการที่ยั่งยืน

เขียนโดย มาริยง ซาร์เทล และ เจฟฟรีย์ ดาเนียล
 

ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้ใจ และเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ วิชาชีพสัตวแพทยสามารถเป็นผู้เล่นหลักในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นสำคัญ

Group 15 1

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ความเสี่ยงต่อ ภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) และ โรคที่เกิดจากพาหะ (vector-borne diseases) ที่เพิ่มมากขึ้น

Group 15 2

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะจากวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ แนวทางโภชนาการที่ยั่งยืน สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

Group 15 3

สัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนและทางเลือกด้านอาหารที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

Group 15 4

สัตวแพทย์สามารถมีส่วนช่วยในการปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ให้กับนักศึกษาสัตวแพทย์ โดยการ สนับสนุนให้มีการสอนเรื่องความยั่งยืนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี

English bulldog panting on the grass

บทนำ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายและภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ (1) และแน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ผลกระทบต่อ สุขภาพและโภชนาการของสัตว์เลี้ยงก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย บทความนี้จะกล่าวถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสัตว์เลี้ยง และเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสัตวแพทย์ในการเผชิญและจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ 

 

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความเครียดจากความร้อนและโรคจากพาหะที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์ก็มีความเสี่ยงต่อภาวะเครียดจากความร้อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด คลื่นความร้อน (heatwaves) ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิด ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน หรือแม้แต่ ลมแดด (heatstroke) ที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างรุนแรง (1,2) สุนัขบางสายพันธุ์ เช่น Cavalier King Charles Spaniels และ Bulldog ซึ่งเป็นพันธุ์หน้าสั้น (brachycephalic breeds) มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกะโหลกศีรษะที่สั้นและรูจมูกที่แคบทำให้หายใจลำบากเมื่อต้องเจอกับอากาศร้อนจัด (ภาพที่ 1) (3) นอกจากนี้ ลูกสุนัขและสุนัขสูงวัย ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน เพราะร่างกายอาจไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไป

English bulldog panting on the grass
ภาพที่ 1 สุนัขพันธุ์หน้าสั้นมีความเสี่ยงสูงจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากอุณหภูมิแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการหายใจ ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ©Shutterstock

 

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังส่งผลต่อ การกระจายตัวของปรสิตและพาหะนำโรค เช่น เห็บและยุง ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคไปยังสัตว์เลี้ยงได้ อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ ถิ่นอาศัยของพาหะเหล่านี้ขยายกว้างขึ้น ส่งผลให้โรคต่าง ๆ เช่น โรคไลม์ (Lyme disease) และ โรคพยาธิหนอนหัวใจ (heartworm) กลายเป็นปัญหาที่พบมากขึ้น (ภาพที่ 2) (3–5) ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่เคยพบโรคจากเห็บในระดับต่ำ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้เริ่มรายงานจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากฤดูหนาวที่อบอุ่นขึ้นช่วยให้เห็บสามารถอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (6)

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีรายได้น้อย อาจเผชิญกับ อุปสรรคเพิ่มเติมในการจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ เช่น ขาดการเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ ยาป้องกันโรค หรือทรัพยากรที่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยจากความร้อนจัดในช่วงอากาศสุดขั้ว 
A veterinarian removes a tick from a cocker spaniel’s ear
ภาพที่ 2 อุณหภูมิที่สูงขึ้นและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ถิ่นอาศัยของพาหะนำโรคจำพวกแมลงและแมง (insect and arachnid vectors) ขยายตัวกว้างขึ้น ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคไลม์ และโรคพยาธิหนอนหัวใจ © Shutterstock
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความมั่นคงทางอาหาร

พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง อาจเปลี่ยนแปลงได้จาก ปัจจัยความเครียดที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ เช่น เหตุการณ์อากาศสุดขั้วอย่าง ไฟป่า หรือ น้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของต้องย้ายที่อยู่ (ภาพที่ 3) สัตวแพทย์ควรตระหนักว่าเหตุการณ์เหล่านี้สามารถนำไปสู่ ปัญหาพฤติกรรมในสัตว์เลี้ยง และควรให้คำแนะนำหรือการดูแลที่เหมาะสม (7) ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบบ่อย เช่น เห่าหรือร้องมากผิดปกติ ซ่อนตัวเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังครอบคลุมถึงเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร โดยเหตุการณ์อากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้งหรืออุทกภัย อาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง เมื่อจำนวนแมวและสุนัขทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการอาหารสัตว์ก็จะสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจนำไปสู่ การขาดแคลนวัตถุดิบ (8) ลูกแมวและลูกสุนัขซึ่งมีความต้องการสารอาหารเฉพาะสำหรับการเจริญเติบโต อาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษจากความไม่แน่นอนในด้านปริมาณและคุณภาพของอาหาร ในพื้นที่ที่ประสบภาวะแห้งแล้งหรือน้ำท่วม วัตถุดิบหลักสำหรับผลิตอาหารสัตว์อาจหาได้ยาก ส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์สูงขึ้นและมีปริมาณลดลง ซึ่งสร้างภาระต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก สถานการณ์เหล่านี้จึงเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนที่สามารถรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Rescuer carrying a dog rescued from the floods
ภาพที่ 3 เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วม อาจทำให้สัตว์เลี้ยง (และเจ้าของ) ต้องย้ายที่อยู่่งผลให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหาพฤติกรรมตามมา © Shutterstock

บทบาทของโภชนาการในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


แนวทางการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน

 

การผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งปีของสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัว (9) เพื่อรับมือกับปัญหานี้ อุตสาหกรรมจึงหันมาให้ความสำคัญกับการจัดหาและการออกแบบสูตรอาหารอย่างยั่งยืนโดยมีกลยุทธ์หลัก ได้แก่

 

1. การเลือกวัตถุดิบ

โดยใช้วัตถุดิบที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นต์ต่ำ และมาจากกระบวนการเกษตรที่ยั่งยืน หลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนแนวทางเกษตรฟื้นฟู (regenerative agriculture) ซึ่งช่วยฟื้นฟูดินและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ (ภาพที่ 4) (10) ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มที่ใช้ระบบเกษตรฟื้นฟูหรือเกษตรอินทรีย์ สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

2. การลดของเสีย (Waste reduction)

นำผลพลอยได้ (byproducts) จากอุตสาหกรรมอาหารมนุษย์มาใช้ในสูตรอาหารสัตว์ เพื่อช่วยลดปริมาณของเสียและการใช้ทรัพยากร การใช้วัตถุดิบเหล่านี้ช่วยลดความจำเป็นในการใช้วัตถุดิบเกษตรหลัก ทำให้ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยรวม (11) นอกจากช่วยในการจัดการของเสียแล้ว ยังเป็นแนวทางที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และ์ในมุมมองเชิงจริยธรรมคือเป็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากสัตว์ที่ถูกนำมาเป็นอาหาร

 

3. สูตรอาหารพลังงานสูง

พัฒนาอาหารสัตว์ที่มีพลังงานสูง ทำให้ใช้ปริมาณอาหารน้อยลง แต่ยังคงตอบสนองความต้องการทางโภชนาการได้ครบถ้วน สูตรลักษณะนี้ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับพลังงานที่เพียงพอในขณะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อแคลอรี่น้อยลง (11) 

Deforestation, with half the forest cut down
ภาพที่ 4 การเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากเกษตรฟื้นฟู และการหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง © Shutterstock

ให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง

สัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน โดยเฉพาะใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:

 

  • ส่งเสริมการให้อาหารอย่างสมเหตุสมผล แนะนำให้หลีกเลี่ยงการให้อาหารมากเกินไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลเสียต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ที่สูงขึ้น ให้ความรู้เรื่องการควบคุมปริมาณอาหารและประโยชน์ของการให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม (12) การให้แนวทางที่ชัดเจนในการให้อาหารจะช่วยให้เจ้าของตัดสินใจได้ดีขึ้นเพื่อสุขภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อม
  • การจัดการของเสีย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทิ้งและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์ และวัสดุอื่น ๆ อย่างเหมาะสมสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือ รีไซเคิลได้เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (13)
  • การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ช่วยแนะนำเจ้าของในการเลือกอาหารสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ที่เน้นการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตอย่างยั่งยืนเพื่อให้เจ้าของสามารถตัดสินใจโดยอ้างอิงจากข้อมูล (ภาพที่ 5)
A shopper holding a dog in her arms is looking at a can label on her phone
ภาพที่ 5 สัตวแพทย์สามารถให้คำแนะนำแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงในการเลือก อาหารสัตว์ที่คำนึงถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ที่เน้นการจัดหาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน © Shutterstock
บทบาทของสัตวแพทย์ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโลกร้อน

สัตวแพทย์อยู่ในตำแหน่งที่มีความพิเศษที่สามารถส่งอิทธิพลต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงและสังคมในวงกว้าง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ การแนะนำแนวทางการให้อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถช่วย ปลูกฝังความรับผิดชอบในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ได้ แต่สัตวแพทย์ยังสามารถมีบทบาทได้มากกว่านั้น โดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้ การจัดสัมมนาและกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องความยั่งยืน

การร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นหรือกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยขยายผลของแนวคิดสู่สังคมในวงกว้าง (14) ตัวอย่างเช่น คลินิกสัตวแพทย์แห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียได้จัดงาน “Pet Wellness and Sustainability Fair” ซึ่งเปิดให้เจ้าของสัตว์ในชุมชนเข้าร่วมเวิร์กช็อปต่าง ๆ เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางการให้อาหารอย่างสมเหตุสมผล ความสำคัญของการรับสัตว์เลี้ยงจากศูนย์พักพิงกิจกรรมนี้ไม่เพียงแค่ให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกร่วมกันในชุมชนเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

สัตวแพทย์ยังสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมในงานวิจัยแบบสหวิทยาการ ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสัตวแพทยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สัตวแพทย์สามารถทำงานร่วมกับผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสินค้าที่มีความยั่งยืนมากขึ้น แนวทางนี้จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมด้านสูตรอาหารสัตว์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การผลักดันโปรตีนทางเลือก สนับสนุนให้ผู้ผลิตสำรวจแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น โปรตีนจากแมลง โปรตีนจากพืช แนวทางนี้จะช่วยรักษาแหล่งโปรตีนในอนาคตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตโปรตีนแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์หรือลูกผสมของผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า (15)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการกระจายตัวของปรสิตและพาหะนำโรค เช่น เห็บและยุง ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ มาสู่สัตว์เลี้ยงได้โดยตรง อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ ถิ่นอาศัยของพาหะเหล่านี้ขยายกว้างขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคไลม์ โรคพยาธิหนอนหัวใจ

มาริยง ซาร์เทล

 นอกเหนือจากด้านโภชนาการแล้ว สัตวแพทย์ยังสามารถนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ภายในคลินิกของตนเองเพื่อช่วยลด คาร์บอนฟุตพริ้นต์ได้ (16) แม้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องนี้จะกล่าวไว้ในบทความอีกฉบับ แต่ตัวอย่างแนวทางที่สามารถนำมาใช้ได้ ได้แก่ การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน การจัดซื้อเวชภัณฑ์จากแหล่งที่ยั่งยืน การใช้วิธีวางยาสลบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างเช่น ในปี 2024 บริษัท Mars Veterinary Health ได้นำเทคโนโลยีใหม่ในการดักจับก๊าซจากยาสลบมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน (17)

 

นอกจากนี้ สัตวแพทย์ยังควรมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสัตวแพทย์รุ่นใหม่ โดยการส่งเสริมให้มีการบรรจุเนื้อหาเรื่องความยั่งยืนลงในหลักสูตรระดับปริญญาตรี การเพิ่มหัวข้อเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อวิชาชีพสัตวแพทย์จะช่วยให้นิสิตคิดวิเคราะห์ถึงบทบาทของตนเองในอนาคต ในการเผชิญกับปัญหาโลกร้อน (18) หัวข้อนี้ยังควรถูกนำไปบรรจุไว้ในการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (Continuing Professional Development - CPD)

สัตวแพทย์อยู่ในตำแหน่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งสามารถมีอิทธิพลต่อทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและสังคมในวงกว้างในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริม แนวทางการให้อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแท้จริง

เจฟฟรีย์ ดาเนียล (Geoffrey Daniel)

สรุป

เรื่องของภาวะโลกร้อนกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงกำลังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั้งสัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์ต้องเผชิญร่วมกัน โดยการทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงอย่างไร และการปรับใช้แนวทางโภชนาการที่ยั่งยืน เราจะสามารถร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้นทั้งสำหรับสัตว์เลี้ยงและโลกใบนี้ เมื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การมีความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนจะเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุ้มครองสุขภาพของสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ในระยะยาว  


อ้างอิง

  1. World Health Organization. Ten threats to global health. Available at: https://www.who.int/news-room/spotlight/ten-threats-to-global-health-in-2019/ Accessed 13th April 2025.
  2. Protopopova A, Ly L, Legge BJ, et al. Climate change and companion animals: identifying links and opportunities for mitigation and adaptation. Animals 2021;11(6):1161-1168.
  3. National Aeronautics and Space Administration (NASA), 2021. The effects of climate change. Available at: https://science.nasa.gov/climate-change/effects/ Accessed 15th April 2025.
  4. Montoya-Alonso JA, Morchón R, García-Rodríguez SN, et al. Expansion of canine heartworm in Spain. Animals (Basel). 2022;12(10):1268 
  5. Széll Z, Bacsadi Á, Szeredi L, et al. Rapid spread and emergence of heartworm resulting from climate and climate-driven ecological changes in Hungary. Vet. Parasitol. 2020;280:109067.
  6. Minigan JN, Hager HA, Peregrine AS, et al. Current and potential future distribution of the American dog tick (Dermacentor variabilis, Say) in North America. Ticks Tick. Borne Dis. 2018;9(2):354-362.
  7. Palestrini C, Minozzi G, Mazzola SM, et al. Do intense weather events influence dogs’ and cats' behavior? Analysis of owner reported data in Italy. Front. Vet. Sci. 2022;9:973574
  8. Dijk M, Morley T, Rau ML, et al. A meta-analysis of projected global food demand and population at risk of hunger for the period 2010-2050. Nature Food. 2021;2;494-501. 
  9. Annaheim J, Jungbluth N, Meili C. Life cycle assessment of pets and companion animals in Switzerland, 2002. Available at: https://www.researchgate.net/publication/329610561_Okobilanz_von_Haus-_und_Heimtieren_Uberarbeiteter_und_erganzter_Bericht  Accessed 18th April 2025.
  10. Schulte L, Dale B, Bozzetto B, et al. Meeting global challenges with regenerative agriculture producing food and energy. Nature Sust. 2022;5;384-388.
  11. Daniel G, Sarteel M. Royal Canin, personal data 2025. 
  12. Hall EJ, Carter AJ, O’Neill DG. Incidence and risk factors for heat-related illness (heatstroke) in UK dogs under primary veterinary care in 2016. Sci. Rep. 2020;10(1):9128. 
  13. Ellen McArthur Foundation. Our vision for a circular economy of plastics. Available at: https://www.ellenmacarthurfoundation.org/plastics-vision Accessed 17th April 2025. 
  14. British Veterinary Association 2019. https://www.bva.co.uk/news-and-blog/news-article/heatwave-sparks-dogs-in-hot-cars-calls-as-reports-hit-three-year-high/ Accessed 13th April 2025.
  15. EIT Food partners with Mars for an Open Innovation Challenge to transform fibre for petcare. Available at: https://www.eitfood.eu/news/eit-food-mars-launch-open-innovation-challenge-transform-fibre-petcare Accessed 16th April 2025. 
  16. Vet Sustain. A greener veterinary practice checklist. https://vetsustain.org/resources/vet-practice-checklist Accessed 7th April 2025.
  17. Mars Veterinary Health. Anaesthetic gas capture technology to reduce carbon emissions  https://marsveterinary.com/mvh-pilots-industry-leading-anaesthetic-gas-capture/ Accessed 7th April 2025
Marion Sarteel

มารียง ซาร์เตล

MEng, โรยัล คานิน, มงต์เปลลิเยร์, ฝรั่งเศส


มารียง ซาร์เตล เป็นผู้นำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกของ Royal Canin โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง เธอเป็นวิศวกรที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเกษตรศาสตร์ (SupAgro) ในเมืองมงต์เปลลิเยร์ และเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงคณะกรรมาธิการยุโรป โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในภาคอาหารและอาหารสัตว์ มารียงเป็นผู้นำความมุ่งมั่นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ Royal Canin ในระดับโลกมาตั้งแต่ปี 2018 โดยขับเคลื่อนโครงการและแผนงานหลากหลายทั่วทั้งองค์กร ซึ่งได้สร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อสิ่งแวดล้อมแล้วในปัจจุบัน

Geoffrey Daniel

เจฟฟรีย์ ดาเนียล (Geoffrey Daniel)

วท.ม. (MSc), Royal Canin, มงต์เปลลิเยร์ ประเทศฝรั่งเศส


เจฟฟรีย์ ดาเนียล สำเร็จการศึกษาจาก ENITIAA School of Food Science and Engineering เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส และได้เข้าร่วมงานกับ Royal Canin ตั้งแต่ปี 2003 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในด้าน นักวิทยาศาสตร์กระบวนการและผลิตภัณฑ์ (R&D Process and Product Scientist) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน โภชนาการอย่างยั่งยืนและการออกแบบสูตรอาหาร (sustainable nutrition and diet formulation) เขามีประสบการณ์มากมายภายในเครือข่ายการผลิตของ Royal Canin และตั้งแต่ปี 2023 ได้รับตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนในการออกสูตรอาหาร (Formulation Sustainability Expert) ปัจจุบันเขาเป็นผู้นำโครงการด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Royal Canin โดยมุ่งเน้นไปที่การลดคาร์บอนจากสูตรอาหารสัตว์ การประสานงานร่วมกับทีมการค้า ทีมสูตรอาหารและทีมด้านความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในทุกมิติ

Access the PDF of the issue

Other articles in this issue

    แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย