Loading component...
เจ้าของสุนัขกับโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปี
สัตวแพทย์ Pascal Prélaud ได้อธิบายในบทความเกี่ยวกับความสำคัญในการให้เจ้าของสุนัขได้มีส่วนร่วมในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปีในสุนัขซึ่งมีความท้าทายเทียบเท่ากับกระบวนการรักษาโรค
© Shutterstock
Article
ประเด็นสำคัญ
การสื่อสารที่ดีและรักษาความสัมพันธ์กับเจ้าของสุนัขเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปี
สถานพยาบาลสัตว์ต้องสร้างมาตรการในการเข้าถึงสัตว์ป่วยโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปีอย่างทั่วถึง
บทนำ
โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปีในสุนัข(canine atopic dermatitis ; CAD) เป็นอาการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาวจากสัตวแพทย์รวมถึงมีสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของสุนัข CAD มีความแตกต่างจากโรคเรื้อรังชนิดอื่นจากการที่ไม่มีวิธีการในกาารเฝ้าติดตามโรคที่เห็นพ้องต้องกันว่าดีที่สุด แต่มีความเห็นว่าการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของสัตว์ป่วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวกและความปลอดภัยของวิธีการรักษาหากเจ้าของสัตว์ได้รับข้อมูลและมีส่วนร่วมมากพอ สิ่งสำคัญในการรักษา CAD ระยะยาวคือการสื่อสารอย่างเหมาะสมเพราะ CAD จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์และสัตว์ป่วย [1][2] ข้อมูลที่ได้จากการทำแบบสอบถามปริมาณมากของสุนัขที่ป่วยด้วยโรค CAD (ผลงานที่ไม่ได้ตีพิมพ์ของผู้เขียนบทความ,2013) แสดงให้เห็นว่าเจ้าของสุนัขส่วนมากไม่ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ(มีเพียงร้อยละ 4 ที่ทราบว่าโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง) และพบข้อผิดพลาดในการวินิจฉัยรักษาของสัตวแพทย์ได้บ่อย(มีสัตวแพทย์ร้อยละ 15 ทำการทดลองอาหาร และร้อยละ 6 ใช้ cyclosporine ในการรักษา)
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับ CAD คือการวินิจฉัยโรคให้สำเร็จและทำให้เจ้าของสุนัขเข้าใจถึงธรรมชาติของโรคที่มีลักษณะเรื้อรังก่อนที่จะเริ่มทำการรักษาและติดตามอาการของผิวหนัง อย่างไรก็ตามมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้มากขณะทำการรักษา จากการศึกษาหนึ่งพบว่ามีความผิดพลาดพื้นฐาน 7 ประการที่ควรหลีกเลี่ยงในการจัดการโรคผิวหนังเรื้อรัง(ตารางที่ 1) [3] บทความนี้จะอธิบายอย่างสั้นเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับการวินิจฉัยและรักษาเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่าเจ้าของสุนัขที่ป่วยด้วยโรค atopic จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและมีส่วนร่วมในการรักษาอย่างเต็มที่
|
• ขาดการควบคุมอาการโรคผิวหนังที่ปะทุ
• สัตวแพทย์ไม่ได้คำนึงถึงความคาดหวังของเจ้าของสัตว์
• ขาดความเข้าใจถึงสถานการณ์ในแง่คุณภาพชีวิต
• ไม่เลือกใช้ยาตามหลัก evidence-based
• ประเมินผลของการให้ความร่วมมือในการรักษาต่ำเกินไป
• ไม่นำเรื่องค่าใช้จ่ายมาพิจารณาในการเลือกวิธีการวินิจฉัยและรักษา
• มองปัญหาโรคผิวหนังเป็นเรื่องน่ารำคาญ
|
ขั้นตอนแรกคือการเตรียมการ
โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปีหรือ atopy เป็นโอกาสที่ดีของสัตวแพทย์ทั้งในแง่ของเหตุผลทางการแพทย์ ทางวิชาการและมนุษยสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจโรคอย่างถ่องแท้เพื่อทราบถึงทางเลือกในการวินิจฉัยและการรักษาที่มีส่งผลให้เกิดการสื่อสารกับเจ้าของสุนัขได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัตวแพทย์สามารถเพิ่มพูนความรู้ได้จากบทความทางวิชาการและเว็บไซต์ต่างๆเช่น www.icada.org [4] เตรียมเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการตรวจผิวหนังเช่นกล้องจุลทรรศน์ และ otoscope อุปกรณ์เสริมเพื่อให้การซักประวัติและการให้คำปรึกษาเป็นไปอย่างราบรื่นเช่นรายชื่อคำถาม หรือแผนภาพเปรียบเทียบ [5][6][7] ข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์สำหรับเจ้าของสุนัขเพื่อทำความเข้าใจ พึงระวังว่าข้อมูลในเว็บไซต์ทั่วไปเกี่ยวกับอะโทปีในสุนัขอาจเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง มีความเจาะจงต่อผลิตภัณฑ์หรืออาหารยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งมากเกินไป ทางสถานพยาบาลควรจัดทำเว็บไซต์ของตนเองเพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมแก่เจ้าของสุนัขที่เป็นโรคอะโทปี การนัดตรวจอาการต่อเนื่องควรทำโดยสัตวแพทย์คนเดิมและส่งต่อสุนัขไปยังผู้เชี่ยวชาญกรณีที่โรคมีความซับซ้อน
กระบวนการให้คำปรึกษาและการวินิจฉัย
ปัจจัยบางประการเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารกับลูกค้าที่ดีและสถานพยาบาลสัตว์จำเป็นต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสมในการสื่อสารกับกรณีโรคผิวหนัง(ตารางที่ 2) การให้คำปรึกษาในครั้งแรกไม่ควรนานเกินไปเพราะไม่เกิดประโยชน์และไม่มีความจำเป็น ช่วงเวลาให้คำปรึกษาที่กระชับจะเกิดประสิทธิภาพที่สูงกว่าและควรเน้นที่ประเด็นสำคัญบางจุด สัตวแพทย์ต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาทั้งในอดีตและปัจจุบันที่สุนัขได้รับ จากนั้นเน้นที่ความคาดหวังของเจ้าของสุนัขรวมถึงข้อจำกัดต่างๆในการรักษา การอธิบายและอาจต้องมีการสาธิตการใช้ยาโดยเฉพาะเหตุผลของการใช้ยาและผลที่คาดว่าจะได้รับจากยาหรือการรักษานั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นสุนัขที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น CAD ซึ่งมาด้วยการปะทุของโรคผิวหนังเช่น otitis externa และ Malassezia pododermatitis การรักษาในครั้งแรกควรเน้นไปที่การจัดการเชื้อยีสต์ ยาหยอดหู และความง่ายในการรักษา หลีกเลี่ยงการพยายามอธิบายถึงการแพ้ กลไกการตอบสนองของภูมิคุ้มกันหรือเกราะตามธรรมชาติของผิวหนัง ควรทำการนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษาและพูดคุยหัวข้อเหล่านี้ในครั้งถัดไปตามความเหมาะสม
|
• มีการฝึกฝนสำหรับสัตวแพทย์และผู้ช่วยสัตวแพทย์อย่างเหมาะสม
• ภายในสถานพยาบาลสัตว์ต้องมีการเข้าถึงสัตว์ป่วยอย่างมีแบบแผน
• การให้คำปรึกษาในครั้งแรกควรเน้นไปที่อาการโรคผิวหนังที่ปะทุขึ้นมา
• ติดตามอาการของสุนัขทางโทรศัพท์ภายใน 48 ชั่วโมง
• ปรับเปลี่ยนการรักษาตามความเหมาะสม
• ใช้เครื่องมือที่ง่ายต่อการเฝ้าติดตามอาการ
• นัดตรวจเพื่อติดตามอาการ
|
การนัดตรวจเพื่อติดตามอาการควรทำอย่างมีระเบียบแบบแผนเช่นเดียวกัน การติดตามอาการทางโทรศัพท์หรือวีดีโอคอลภายใน 48 ชั่วโมงหลังการเข้ารับคำปรึกษาครั้งแรกจะช่วยคงความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสร้างความต่อเนื่องในการดูแลสัตว์ป่วย สัตวแพทย์ยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการติดตามประสิทธิภาพของการรักษา ความร่วมมือในการให้ยา และผลข้างเคียงอื่นๆ(รูป 1)
การตรวจร่างกายในอีก 2-3 สัปดาห์ถัดมาเป็นการติดตามผลของการรักษาอาการทางผิวหนังที่สุนัขมาพบสัตวแพทย์ในครั้งแรกและยังเป็นโอกาสในการพูดคุยเพื่อวางแผนการดูแลรักษาในระยะยาว สัตวแพทย์อาจใช้ระดับคะแนนคุณภาพชีวิต(quality-of-life scale) [8] ที่จะช่วยระบุปัจจัยที่สำคัญในการเลือกวิธีการรักษา(ตารางที่ 3) ข้อมูลต่างๆควรแจ้งเจ้าของอย่างเป็นขั้นตอน การให้คำปรึกษาในแต่ละครั้งควรเน้นไปที่ปัจจัยที่ให้ความสำคัญที่สุดก่อนเพื่อปรับการรักษาอย่างเหมาะสม
| ปัจจัยจากสุนัข | ปัจจัยจากเจ้าของ |
|---|---|
|
• ความรุนแรงของโรค
• พฤติกรรม/อารมณ์
• การนอนหลับ
• พฤติกรรมการกิน
• การเล่น/ทำกิจกรรม/play
• ความสัมพันธ์ทางสังคม
• การเปลี่ยนแปลทางพฤติกรรม
• การรักษา
|
• การเสียเวลา
• ความเหนื่อยล้า
• การทำกิจกรรมในครอบครัว
• Cost
• ความเครียดทางอารมณ์
• ความไม่สบายกาย
• ความสัมพันธ์ในครอบครัว
|
นอกเหนือจากการให้คำปรึกษา
ระดับคะแนนคุณภาพชีวิตนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการติดตามอาการ 6
8 ซึ่งสามารถกรอกทางออนไลน์ ผ่านวีดีโอคอลหรือแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ วิธีนี้มีประโยชน์มากกว่าการใช้แผนภาพรอยโรคหรือระดับอาการคันจากความเห็นของผู้เขียนบทความ การติดต่อกับเจ้าของสุนัขอย่างต่อเนื่องนั้นมีความสำคัญต่อการรักษา ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม การวางแผนการรักษา (care contracts) เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการเฝ้าติดตามโรคเรื้อรังซึ่งเหมาะสมกับสุนัขที่เป็น CAD โปรแกรมนี้จะช่วยวางแผนการเงินในแต่ละเดือนโดยการแจกแจงค่าใช้จ่ายทำให้เจ้าของสุนัขได้มีส่วนร่วมและตรวจพบการปะทุของโรคผิวหนังหรืออาการแทรกซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
สรุป
การพูดคุยให้คำปรึกษาที่ใช้เวลานานและการพึ่งพาทรัพยากรภายนอกมากเกินไปอาจไม่เกิดผลดีในการจัดการกับ CAD ตรงข้ามกับการแสดงความเข้าอกเข้าใจในมุมมองของเจ้าของสุนัขซึ่งมีประโยชน์กว่ามากร่วมกับความเข้าใจในโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้อะโทปี ความพยายามในการมอบทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสม การใช้วิธีการต่างๆเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของสุนัขจะช่วยในการจัดการโรคนี้ได้
Pascal Prélaud
DVM, Dip. ECVD
สาธารณรัฐฝรั่งเศส
Dr. Prélaud graduated from Toulouse Vet School in 1984 and went on to establish a laboratory which pioneered canine allergy testing. A specialist in veterinary dermatology since 1987, he now holds a senior role at a private veterinary hospital outside Paris, and has also authored many articles and textbooks on canine atopic dermatitis.
แหล่งอ้างอิง
- Spitznagel MB, Solc M, Chapman KR, et al. Caregiver burden in the veterinary dermatology client: comparison to healthy controls and relationship to quality of life. Vet Dermatol 2019;30(1):3-e2.
- Linek M, Favrot C. Impact of canine atopic dermatitis on the health-related quality of life of affected dogs and quality of life of their owners. Vet Dermatol 2010;21:456-462.
- Ackerman L. Seven common mistakes to avoid in achieving long-term success with dermatology patients. Vet Med Sci 2015;1(1):2-8.
- Olivry T, DeBoer DJ, Favrot C, et al. Treatment of canine atopic dermatitis: 2015 updated guidelines from the International Committee on Allergic Diseases of Animals (ICADA). BMC Vet Res 2015;11(1):210.
- Noli C. Assessing Quality of Life for pets with dermatologic disease and their owners. Vet Clin North Am Small Anim Pract 2019;49(1):83-93.
- Favrot C, Linek M, Mueller R, et al. Development of a questionnaire to assess the impact of atopic dermatitis on health-related quality of life of affected dogs and their owners. Vet Dermatol 2010;21(1):63-69.
- Prlaud P. Dermatite Atopique Canine. Paris: Masson-Elsevier; 2017;1-184.
- Noli C, Minafo G, Galzerano M. Quality of life of dogs with skin diseases and their owners; Part 1: development and validation of a questionnaire. Vet Dermatol 2011;22(4):335-343.
บทความอื่นๆ ในประเด็นนี้
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย