เขียนโดย Chih-Fan Chiang
อาหารที่ปราศจากกลูเตนกำลังได้รับความนิยมทั้งในมนุษย์และสุนัข แต่จริงๆ แล้วโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตน (gluten-related disorders) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน? บทความนี้จะเปรียบเทียบและแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของโรคเหล่านี้ในทั้งสองสปีชีส์
ประเด็นสำคัญ
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย
Article
กลูเตนเป็นคำที่ใช้เรียกโปรตีนจากพืช (plant proteins) ที่พบในเอนโดสเปิร์ม (endosperm) ของธัญพืช (cereal grains) ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนความต้องการทางโภชนาการสำหรับการงอกและการเจริญเติบโตของเมล็ดพืช นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ความสนใจกับกลูเตนมาอย่างยาวนาน โดยมีการวิเคราะห์ที่ช่วยให้สามารถจำแนกองค์ประกอบของกลูเตนและจำแนกโปรตีนจากธัญพืชต่างๆได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ อัลบูมิน (albumin), โกลบูลิน (globulin), โพรลามิน (prolamin) และกลูเตลิน (glutelin) 1. อัลบูมินและโกลบูลินนั้นสามารถละลายน้ำได้ (water-soluble) ขณะที่โพรลามินสามารถสร้างได้จากกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์ (alcohol process) และกลูเตลินสามารถสกัดได้ด้วยตัวทำละลายด่าง (alkaline solvent) ทั้งนี้โพรลามินได้ชื่อมาจากการที่มันมีโพรลีน (proline) และ กลูตามีน (glutamine) ในปริมาณสูง และยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เกลียดิน (gliadin) ฮอร์ดีอิน (hordein) ซีคาลิน (secalin) อเวนิน (avenin) และซีอิน (zein) ในเมล็ดธัญพืช (grains) ที่ได้จากข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต และข้าวโพดตามลำดับ กลูเตลินเป็นโปรตีนที่รวมถึงเอนไซม์และผนังเซลล์ (cell walls) นอกจากนี้ยังรู้จักกันในชื่อ กลูเตนิน (glutenin) ในธัญพืชที่ได้จากข้าวสาลี นักเขียนบางคนแนะนำว่า คำว่า "กลูเตน" ควรใช้เฉพาะสำหรับเกลียดินและกลูเตนินที่เป็นโปรตีนจากข้าวสาลีที่ไม่ละลายน้ำ (water-insoluble wheat grain proteins) เท่านั้น
นอกจากบทบาทในการสนับสนุนการงอกของเมล็ดพืชแล้ว กลูเตนยังมีความสำคัญในวิศวกรรมอาหาร (food engineering ) ด้วย พันธะไดซัลไฟด์ (disulfide bonds) ระหว่างกรดอะมิโนในกลูเตนทำหน้าที่เป็นตัวรับผิดชอบคุณสมบัติหยุ่นหนืด (viscoelastic) และยึดเกาะ (adhesive) ของแป้งที่ผ่านการหมัก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการสร้างโครงสร้างภายในของขนมปังที่มีลักษณะเหนียวนุ่ม การเพิ่มกลูเตนในแป้งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการปรับปรุงเนื้อสัมผัสและรสชาติของขนมอบ แต่อย่างไรก็ตามกลูเตนยังมีส่วนทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคซีลีแอค (celiac disease) ในมนุษย์ โดยที่เป็นที่ทราบกันดีว่าการบริโภคธัญพืชที่ได้จากพืชในวงศ์ Triticeae เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ นั้นสามารถกระตุ้นอาการแสดงทางคลินิกในบุคคลที่มีความไวรับต่อการเกิดโรค (susceptible individual) ได้ อาการแสดงทางคลินิกที่คล้ายกันนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการบริโภคข้าวโอ๊ตบางชนิดและเมล็ดข้าวโอ๊ตที่ผ่านการแปรรูปในโรงงานที่ใช้สำหรับแปรรูปข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ 2. ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปคำว่า "กลูเตน" จะใช้เพื่อหมายถึงโปรตีนจากธัญพืชทั้งหมด แต่กลูเตนที่ได้จากข้าวโพดและข้าวนั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนในมนุษย์ เพราะฉะนั้นบทความนี้จะใช้คำนี้เพื่อหมายถึงโปรตีนที่ได้จากข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต และข้าวสาลีเท่านั้น
แม้ว่าพยาธิกำเนิดของโรคจะยังไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ แต่มีการพูดถึงการกลายพันธุ์ของยีน (gene mutations) ว่าอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆ (PD) ในสุนัขได้ มีการศึกษาฉบับหนึ่งรายงานการหายไปของยีน BCAN (BCAN gene) ในสุนัขพันธุ์คาวาเลียร์คิงชาร์ลส์สแปนเนียล . ซึ่งยีนนี้จะถอดรหัส (encodes) ได้เป็นโปรติโอไกลแคน (proteoglycan) ที่ชื่อว่า brevican ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสารเคลือบเซลล์ (extracellular matrix) ในสมองและมีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของการถ่ายทอดกระแสประสาท synaptic stability) การกลายพันธุ์ของ BCAN นั้นถือว่ามีความสัมพันธ์อย่างมากกับกลุ่มอาการล้มไม่มีแรงเคลื่อนไหวแบบเป็นๆหายๆ (episodic falling syndrome) ซึ่งเป็นความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆที่พบในสุนัขพันธุ์คาวาเลียร์คิงชาร์ลส์สแปนเนียล 11
ในทางตรงกันข้าม ส่วนประกอบในอาหารดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญในความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆ (paroxysmal dyskinesia หรือ PD) ในสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรีย (ซึ่งเคยรู้จักในชื่อ canine epileptoid cramping syndrome หรือ Spike’s disease) มีการศึกษาหนึ่งพยายามที่จะจำแนกประเภทของ PD ในสุนัขพันธุ์นี้ โดยได้รวมสุนัขที่มีคุณสมบัติตามการสังเกตจากเจ้าของ การบันทึกวิดีโอ และประวัติการรักษา 12. เป็นที่น่าสนใจว่าในการศึกษานี้พบว่าอาการทางผิวหนัง (เช่น การคันบ่อย) และอาการระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงเล็กน้อย (เช่น อาเจียนและท้องเสีย) พบได้ถึงร้อยละ 50 ของสุนัขที่ได้รับการประเมิน นอกจากนี้สุนัขจำนวนมากที่ได้เปลี่ยนอาหาร (เป็นอาหารสูตรที่ "ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ (hypoallergenic)" หรืออาหารที่มีแหล่งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเพียงชนิดเดียว) ก็พบว่ามีความถี่ของการเกิด PD ลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจมีการแพ้อาหาร (food allergy) หรือแพ้อาหารแฝง (food intolerance) เป็นสาเหตุพื้นเดิม (underlying cause) ผลการศึกษานี้ยังได้ระบุว่านักเพาะพันธุ์สัตว์ (breeders) และเจ้าของสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียที่มีอาการเหล่านี้ได้กล่าวว่าพวกเขาพบอาการผิดปกติในการเคลื่อนไหวลดลงหลังจากที่ได้เปลี่ยนให้สุนัขที่มีอาการแสดงทางคลินิกไปกินอาหารที่ปราศจากกลูเตน
ต่อมามีการศึกษาขนาดเล็ก ได้ทำการคัดเลือกสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียที่เป็น PD จำนวน 6 ตัว และทำการลองควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 9 เดือนโดยใช้อาหารสูตรรักษาโรคที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่จำกัดจำนวนไฮโดรไลเสตทำให้ดูเหมือนจะปราศจากกลูเตน ผลการทดลองพบว่าความถี่ของการเกิด PD ในสุนัขที่เจ้าของปฏิบัติตามการรักษาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และระดับความเข้มข้นของแอนติบอดี AG และแอนติบอดีต่อต้าน tTG ในซีรั่มของสุนัขเหล่านี้ลดลงด้วย 13. ทั้งนี้แม้จะเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ขนาดเล็ก แต่การศึกษานี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่ดีต่ออาหารที่ปราศจากกลูเตนในสุนัขที่ได้รับผลกระทบ
ในการศึกษาผลการรักษา (follow-up study) นักวิจัยได้จัดกลุ่มสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียที่เข้าร่วมการศึกษาออกเป็น 4 กลุ่มตามการวินิจฉัยทางคลินิกเพื่อพยายามจำแนกผลการตรวจปริมาณแอนติบอดี (serological profile) ของสุนัขที่มีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆ 14. โดยนอกจากกลุ่มสุนัขที่สุขภาพดี กลุ่มสุนัขที่สันนิษฐานว่าเป็น PD และกลุ่มสุนัขที่สันนิษฐานว่าเป็นโรคลมชักชนิดไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic epilepsy) สุนัขตัวอื่นๆที่เข้าร่วมการศึกษาจะได้รับการจัดกลุ่มเป็นกลุ่มที่ 4 (สัตว์ที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกที่คลุมเครือหรือมีภาวะที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท (non-neurological conditions)) โดยในกลุ่มนี้ไม่มีสุนัขที่ได้รับการให้อาหารที่ปราศจากกลูเตนเลย นักวิจัยไม่พบการเพิ่มสูงขึ้นของระดับความเข้มข้นของแอนติบอดี (serological markers) เช่น แอนติบอดีต่อต้าน tTG และแอนติบอดีต่อต้านเกลียดินในสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียทั้งหมดที่สันนิษฐานว่าเป็น PD นอกจากนี้ระดับความเข้มข้นของแอนติบอดีก็ไม่ได้พบเป็นลักษณะเฉพาะในสุนัขที่มีอาการแสดงทางคลินิกที่สอดคล้องกับ PD ทั้งนี้เช่นเดียวกับมนุษย์ที่มีโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตน สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียที่มีระดับความเข้มข้นของแอนติบอดีสูงดูเหมือนจะมีอาการแสดงทางคลินิกที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามการตรวจระดับความเข้มข้นของแอนติบอดีนี้ดูเหมือนจะมีความจำเพาะสูงสำหรับการวินิจฉัยความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆและไวต่อกลูเตน (paroxysmal gluten-sensitive dyskinesia) ในสุนัขสายพันธุ์นี้ 15. ถึงแม้ว่าค่าวินิจฉัย (diagnostic value) จะลดลงเมื่อสุนัขที่ได้รับผลกระทบได้รับการเปลี่ยนเป็นอาหารที่ปราศจากกลูเตนแล้ว การผสมผสานระหว่างการตรวจปริมาณแอนติบอดี ประวัติการกินอาหารที่ครบถ้วน และเครื่องมือวินิจฉัย (diagnostic tools) เพื่อตัดสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสมองภายนอกและภายใน (extra- and intra-cranial causes) ออก จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถศึกษาวิจัย PD ในสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรียได้
Chih-Fan Chiang
เนื่องจากยังไม่มีการข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ว่าเป็นอาหารที่ปราศจากกลูเตนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมควบคุมอาหารสัตว์แห่งอเมริกา (AAFCO) การตรวจสอบว่าอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์นั้นเป็นอาหารที่ปราศจากกลูเตนหรือไม่จำเป็นต้องประเมินรายการส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้การคาดเดาจากความรู้เนื่องจากการควบคุมคุณภาพของบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์นั้นอาจมีความแตกต่างกัน<sup>20.</sup>. มีการศึกษาหนึ่งรายงานว่าอาหารเชิงพาณิชย์ “ส่วนผสมจำกัด (limited-ingredient)” บางตัวที่วางขายในร้านค้ามีโปรตีนจากสัตว์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในฉลากบนบรรจุภัณฑ์ <sup>22.</sup> แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในงานวิจัยนี้ เช่น ความแปรปรวนของรอบการผลิต (batch variation) และผลบวกลวง (false positive) ของการทดสอบที่มีความละเอียดอ่อน ผลลัพธ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการปนเปื้อนข้ามระหว่างกระบวนการผลิตซึ่งอาจทำให้อาหารสัตว์เชิงพาณิชย์ที่มีส่วนผสมจำกัดนั้นไม่เหมาะสมเมื่อจำเป็นต้องทำการลองควบคุมอาหาร (elimination diet) ในความเห็นของผู้เขียน อาหารสัตว์สูตรรักษาโรค (veterinary therapeutic diet) ที่ได้รับการออกแบบโดยใช้ส่วนผสมที่ปราศจากกลูเตนในจำนวนที่จำกัดและผลิตโดยผู้ผลิตที่มีประสบการณ์พร้อมกับการควบคุมคุณภาพที่ดีก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อทำการทดลองดังกล่าว ตัวเลือกที่เป็นไปได้ซึ่งรวมถึงอาหารหลายสูตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอาการที่ไม่พึงประสงค์จากอาหาร (adverse food reactions) หรืออาหารสูตร hypoallergenic diets ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับโรคภูมิแพ้อาหารที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง (dermatology-related food allergies)
เราควรทราบว่าอาหารเชิงพาณิชย์มีความแตกต่างกันอย่างมากในหลายๆด้าน รวมถึงวิธีการผลิตและคุณค่าทางโภชนาการ ดังนั้นชื่อของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ ประเภทของอาหาร (อาหารแห้งหรือเปียก) และปริมาณอาหารที่ควรให้ในแต่ละวันจะต้องให้แจ้งแก่ลูกค้าเมื่อแนะนำอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการแสดงทางคลินิก ระบบร่างกายที่เกี่ยวข้อง และการตอบสนองของสัตว์ป่วย การลองควบคุมอาหาร (elimination diet trial) อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์สำหรับอาการทางระบบทางเดินอาหาร และอาจใช้เวลานานถึง 12 สัปดาห์สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง ซึ่งโดยปกติแล้วการทดลองนี้ควรตามด้วยการทดสอบด้วยการบริโภค (provocation testing) เพื่อประเมินการตอบสนองของสัตว์ป่วยต่ออาหารที่สงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับอาการแสดงทางคลินิก การทดสอบเหล่านี้จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนและระบุความจำเป็นในการเริ่มแผนการติดตามและการให้อาหารที่ปราศจากกลูเตนตลอดชีวิตสำหรับสุนัขที่ได้รับผลกระทบ
สุดท้ายนี้แม้ว่าจนถึงปัจจุบันจะมีการบันทึกอาการแสดงทางคลินิกของโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนในสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรีย (Border Terriers) และพันธุ์ไอริชเซ็ตเตอร์ (Irish Setters) เท่านั้น แต่บางครั้งเจ้าของสัตว์ก็อาจจะขออาหารที่ปราศจากกลูเตนเนื่องจากอาการแพ้กลูเตนของตนเองซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นคำขอในกรณีนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและสัตวแพทย์ต้องให้ความสำคัญในการวางแผนการกินอาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัข
สรุป
โรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนนั้นได้รับการรายงานทั้งในมนุษย์และสุนัข แต่สามารถจัดการได้ด้วยการหลีกเลี่ยงกลูเตนในอาหารอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้แม้ว่าความชุกและพยาธิกำเนิดของโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนในสุนัขยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติม แต่การตอบสนองในเชิงบวกที่เห็นได้ในสุนัขที่ได้รับผลกระทบนั้นก็ทำให้ทราบว่าการแทรกแซงทางโภชนาการในเวลาที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อกลูเตนเป็นหัวข้อหลักในการโภชนาการทั้งในมนุษย์และสุนัข การมีพื้นฐานความรู้ที่ดีดจะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ว่าเมื่อใดที่ควรปรับเปลี่ยนอาหารของสุนัข
กลูเตนเป็นคำที่ใช้เรียกโปรตีนบางชนิดที่พบในธัญพืช ซึ่งช่วยให้ขนมอบมีลักษณะ “เคี้ยวหนึบ (chewy)” เมื่อรับประทาน
อาหารที่ปราศจากกลูเตนอาจเหมาะสมสำหรับโรคในสุนัขบางโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบบทางเดินอาหาร (enteropathies) ในสุนัขพันธุ์ไอริชเซ็ตเตอร์ (Irish Setters) และความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งเกิดเป็นพักๆ (paroxysmal dyskinesia) ในสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์เทอเรีย (Border Terriers)
อาหารสูตรรักษาโรค (therapeutic diet) ในสัตว์เลี้ยงที่ประกอบด้วยส่วนผสมที่ปราศจากกลูเตน (gluten-free ingredients) ในปริมาณจำกัดนั้นสามารถพิจารณาเพื่อใช้ในการลองควบคุมอาหาร (elimination diet trial) ในกรณีที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลูเตนได้
อาหารที่ปราศจากกลูเตนยังเหมาะสมสำหรับสุนัขสุขภาพดีที่อาศัยอยู่กับคนที่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกลูเตน (gluten-related disorder) อีกด้วย