บทบาทของนักเทคนิคการสัตวแพทย์ในการฟื้นฟูสุนัข
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายในสัตว์มีบทบาทสำคัญในการช่วยคืนสภาพร่างกายในสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ข้อต่อ ระบบประสาท และสุนัขสูงวัย ในบทความนี้กล่าวถึงแนวทางสำคัญในการวางแผนฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งอธิบายบทบาทของนักเทคนิคการสัตวแพทย์/พยาบาลสัตว์ในการช่วยดูแลสุขภาพ และความเป็นอยู่ของสุนัขตลอดกระบวนการฟื้นฟู

ประเด็นสำคัญ
นักเทคนิคการสัตวแพทย์/พยาบาลสัตว์มีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสัตว์ที่มีปัญหาทางระบบกระดูก ข้อต่อ และระบบประสาท รวมถึงการดูแลสุนัขสูงวัย
การนวดบำบัดเป็นหนึ่งในแนวทางการรรักษา เพื่อการจัดการความเจ็บปวด และช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว
การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของแผนการฟื้นฟูที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยเน้นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพ และใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด
สัตว์ป่วยฟื้นฟูทุกตัวต้องการแผนโภชนาการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะตัว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
บทนำ
ในทางการแพทย์ของคนนั้น การกายภาพบำบัดได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นส่วนที่ประสบความสำเร็จในโปรแกรมการฟื้นฟูจำนวนมากสำหรับสัตว์ป่วยอาการบาดเจ็บและเรื้อรัง เช่นเดียวกันกับในวงการสัตวแพทย์ การจัดการกับสัตว์ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ข้อต่อ และระบบประสาทด้วยแนวทางการฟื้นฟูเฉพาะรายตัว ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประโยชน์ของการทำกายภาพบำบัดนั้นมีมากมาย ครอบคลุมไปถึงการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและการจัดการความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง 1 อีกทั้งยังมีหลายวิธีการที่ใช้ในการฟื้นฟูที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการปวด เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวม และอื่นๆ โดยปกติแล้ว การทำกายภาพบำบัดในสัตว์ควรดำเนินการโดยสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาต แต่ในกรณีที่ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในท้องถิ่นอนุญาต จะสามารถดำเนินการโดยนักเทคนิคการสัตวแพทย์/พยาบาลสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต รับรอง หรือลงทะเบียน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดทางสัตวแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดที่ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของสัตว์ อย่างไรก็ตาม หากการกายภาพบำบัดดำเนินการโดยผู้ที่ไม่ใช่สัตวแพทย์ ควรดำเนินการภายใต้การดูแล หรือโดยการส่งต่อจากสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตซึ่งรับผิดชอบในการรักษาสัตว์ตัวนั้น 2
การนวดบำบัด
การนวดบำบัดเป็นเทคนิคที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ยังเป็นกระบวนการบำบัดเพื่อการรักษาเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งส่งผลเชิงกลไก สรีรวิทยา และจิตวิทยาในเชิงบวก3 การนวดเป็นประโยชน์สำหรับสุนัขที่ทุกข์ทรมานจากโรคข้อเสื่อม สุนัขที่อยู่ในช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัดกระดูก หรือสุนัขที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง และอื่นๆ - เป้าหมายโดยรวมคือการเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว ปรับปรุงช่วงการเคลื่อนไหว (ROM) และลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ มีเทคนิการนวดหลายรูปแบบที่ได้รับการกล่าวถึงในเอกสาร แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงสามเทคนิคหลัก ได้แก่ การกดจุด (Compression), การบำบัดจุดกดเจ็บ (Trigger Point Therapy) และ การนวดแบบเสียดสี (Friction Massage)ทั้งนี้ แนะนำให้เริ่มต้นการนวดทุกครั้งด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Effleurage ซึ่งเป็นการลูบเบา ๆ บนบริเวณที่ต้องการนวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด พร้อมทั้งช่วยให้สัตว์รู้สึกผ่อนคลายและคุ้นเคยกับการสัมผัส 2
การกดจุด (Compressions)
ขณะทำการลูบสัมผัส (Effleurage) ให้วางมือบนกล้ามเนื้อและออกแรงกดเป็นเวลา 10-15 วินาที ตามด้วยการลูบสัมผัสอีกครั้ง แล้วจึงกดซ้ำ (รูปที่ 1) เทคนิคนี้ช่วยให้สุนัขผ่อนคลายก่อนดำเนินการบำบัดขั้นตอนต่อไป ประโยชน์ของเทคนิคนี้ คือช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองให้ทำงานได้ดีขึ้น 2,4.

ในระหว่างช่วงเริ่มต้นของการนวด อาจสังเกตเห็นจุดกระตุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเกร็งของกล้ามเนื้อได้ จุดเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากการสะสมของกรดแลคติก ทำให้เกิดการระคายเคืองของเส้นประสาทสั่งการ 4 ลองนึกถึงตอนที่คุณได้รับการนวด แล้วหมอนวดกดลงไปที่ปมกล้ามเนื้อบริเวณบ่า ซึ่งร่างกายจะตอบสนองต่อแรงกดตามธรรมชาติ ปมเหล่านี้สามารถระบุตำแหน่งและประเมินได้ด้วยการนวดจุดกระตุ้น (trigger point therapy) โดยกดลงไปเป็นเวลา 10-15 วินาที ตามด้วยการลูบสัมผัส (effleurage) แล้วทำซ้ำการกด และอื่นๆ ประโยชน์ของเทคนิคนี้คือช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ภาพที่ 2)

การนวดเสียดสี (หรือการนวดตามขวาง) Friction (or transverse) massage ได้รับการพัฒนาโดย Dr. James Cyriax ศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ วิธีการนวดนี้จะเน้นไปที่องค์ประกอบของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวและป้องกันการเกิดพังผืดที่ยึดเกาะ 5 ในระหว่างการนวดแรงกดจะถูกใช้กับบริเวณ ที่ต้องการรักษา พร้อมกับเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วปลายนิ้วเป็นวงกลมเล็ก ๆ ในมุม 90 องศากับแนวเส้นใยกล้ามเนื้อ 2,4 (ภาพที่ 3) ข้อแตกต่างอย่างหนึ่งระหว่างการนวดเสียดสีแบบทั่วไป กับการนวดเสียดสีแบบเชิงลึก คือ การนวดเชิงลึกจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุดให้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (Spontaneous Hyperemia) ซึ่งช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ 2
ในตอนที่ทำการนวดให้กับสุนัข การจัดวางท่าทางของนักเทคนิคการสัตวแพทย์/พยาบาลสัตว์นั้นมีความสำคัญ พอ ๆ กับการจัดวางท่าทางของสุนัข เพื่อให้ทั้งสุนัขและผู้ดูแลรู้สึกสบาย จึงต้องจัดท่าทางสุนัขให้เหมาะสมและผ่อนคลาย โดยทั่วไปจะอยู่ในท่านอนตะแคง ในห้องที่เงียบสงบ บนโต๊ะหรือพื้นผิวที่ปรับได้ อุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ แผ่นรองกันลื่น โต๊ะปรับระดับ และผ้าห่ม (หรืออาจมีเพิ่มเติมอีก)

การร่วมมือกันระหว่างทีมนักกายภาพบำบัดและสัตวแพทย์ผู้ดูแลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าแผนการทำกายภาพบำบัดนั้นครอบคลุมและมีการประสานงานกันที่ดี การให้ความร่วมมือโดยการออกกำลังกายที่บ้าน เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของแผนการในภาพรวม การสร้างช่องทางการสื่อสารที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างเปิดกว้างระหว่างนักเทคนิคการสัตวแพทย์/พยาบาลสัตว์ และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจะกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามและอยากที่จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยการที่เจ้าของสามารถขอคำแนะนำ หรือคำอธิบายได้อย่างสบายใจนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกวิธีการออกกำลังกายนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวของสัตว์ป่วยและประวัติการรักษา เนื่องจากการออกกำลังกายมีสองประเภท: แบบ passive และ active โดยระยะเวลาและความถี่ของการออกกำลังกายแต่ละครั้งควรมีการปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
การออกกำลังกายแบบ Passive และช่วงการเคลื่อนไหว (ROM)
การฝึกการเคลื่อนไหวของข้อต่อมีความสำคัญในหลายเคส ตัวอย่างเช่น โรคข้อเข่าเสื่อม ในช่วงระหว่างการดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูก หลังการได้รับบาดเจ็บ หรือในผู้ป่วยสูงอายุ เป้าหมายคือเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการสมานกัน ช่วงการเคลื่อนไหวแบบ Passive (PROM) หมายถึงการเคลื่อนไหวที่ดำเนินการโดยไม่มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ 2 และใช้เมื่อสุนัขไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง มีด้วยกันสององค์ประกอบ: การงอ/เหยียด (ภาพที่ 4) และการเคลื่อนไหวแบบปั่นจักรยาน พึงระลึกไว้เสมอว่าหากสัตว์แสดงอาการเจ็บปวดในจุดใดก็ตาม เช่น การปฏิเสธที่จะทำตาม หรือสัญญาณความทุกข์อื่นๆ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหยุดการออกกำลังกายนั้น ๆ ทันที ความเจ็บปวดเป็นตัวบ่งชี้ว่ากิจกรรมปัจจุบันอาจหนักเกินไปหรือไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของสัตว์เลี้ยง และควรแจ้งทีมแพทย์เพื่อประเมินสถานการณ์ และหากจำเป็น ให้ทำการปรับแผนการบำบัดหรือจัดหาแนวทางการจัดการความเจ็บปวดเพิ่มเติม


การออกกำลังกายแบบ Passive และช่วงการเคลื่อนไหว (ROM)
ช่วงหลังจากช่วงที่สัตว์มีการพักฟื้นเบื้องต้น ไม่ว่าจะจากเหตุการณ์บาดเจ็บใด ๆ (รวมถึงการผ่าตัด) สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการควบคุมความเจ็บปวด จัดการการอักเสบ และให้มีการกระตุ้นช่วงการเคลื่อนไหว (ROM) อย่างอ่อนโยน เมื่อสามารถจัดการความเจ็บปวดได้เหมาะสม และสัตว์มีความสบายตัวเป็นที่น่าพอใจ เป้าหมายถัดไปอาจพัฒนาไปสู่การผสมผสานการออกกำลังกายเพื่อการบำบัด และเพิ่มระดับกิจกรรมของสุนัข 6 ในขั้นตอนนี้ เมื่อสุนัขเคลื่อนไหวได้มากขึ้น อาจมีการแนะนำตัวเลือกบางอย่างเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความสะดวก: ตัวอย่างเช่น การตัดเล็บเป็นประจำมีความสำคัญ เนื่องจากกรงเล็บที่ยาวเกินไปอาจส่งผลต่อชีวกลศาสตร์ของนิ้วตามปกติ แผ่นกันลื่นในบ้านจะป้องกันการลื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจของสัตว์ (แผ่นกันลื่นสำหรับนิ้วเท้าและอุ้งเท้าก็มีประโยชน์เช่นกัน) การยกชามอาหารและน้ำให้สูงขึ้นจะช่วยให้ผู้ป่วยสบาย (ภาพที่ 5) และอุปกรณ์ช่วยยกและสายรัดสุนัขจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหวของข้อต่อร่วมกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ กำหนดช่วงการเคลื่อนไหวแบบ Active (AROM) และสามารถทำได้เมื่อสุนัขสามารถเริ่มการเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง เป้าหมายคือการขยายการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างช่วงการเคลื่อนไหว (ROM) ที่ชัดเจน เพิ่มการเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อ และปรับปรุงการทำงานของข้อต่อและแขนขา 7 นี่คือจุดเริ่มต้นของความสนุก! การออกกำลังกายที่น่าสนใจสามารถทำได้ที่บ้านโดยใช้วัสดุน้อยมากหรือไม่ต้องใช้วัสดุเลย ตัวอย่างทั่วไปของการออกกำลังกายเพื่อการบำบัดสามอย่าง ได้แก่ การเต้น การเคลื่อนไหวแบบนั่ง-ยืน และราวคาวาเล็ตติ:
การเต้น: การออกกำลังกายนี้ (รูปที่ 6) จะส่งเสริมการลงน้ำหนัก ความมั่นคง และช่วงการเคลื่อนไหวแบบ Active (AROM) ของข้อสะโพกและข้อเข่า 8 การประเมินข้อจำกัดใดๆ ที่สุนัขอาจมีก่อนที่จะเริ่มการออกกำลังกายนี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง หากผู้ป่วยมีช่วงการเคลื่อนไหวของสะโพกจำกัด หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูก การใช้ลูกบอลออกกำลังกายเพื่อให้ขาหน้าพักจะช่วยให้มีความมั่นคงมากขึ้น จากนั้นลูกบอลจะถูกกลิ้งเบาๆ ไปข้างหน้าและข้างหลัง อุปกรณ์เสริมนี้ยังสามารถใช้เพื่อท้าทายความมั่นคงของขาหน้า (รูปที่ 7) ได้อีกด้วย


- นั่ง-ยืน: การฝึกการเคลื่อนไหวแบบนั่ง-ยืน จะกระตุ้นกลุ่มกล้ามเนื้อแฮมสตริงและกล้ามเนื้อก้น ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแรงของข้อเข่าและข้อสะโพก (รูปที่ 8) อีกครั้ง ควรคำนึงถึงข้อจำกัดใดๆ ด้วย ดังนั้นตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีช่วงการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของข้อเข่าจำกัด จะพบว่าทำได้ง่ายขึ้นหากได้รับอนุญาตให้นั่งบนขั้นบันไดสำหรับการออกกำลังกายนี้ 2,8 (รูปที่ 9)



- คาวาเล็ตติ (Cavaletti): การเดินก้าวข้ามไม้หรือคานเป็นการออกกำลังกายที่สนุกและสร้างการมีส่วนร่วมทั้งกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงและสุนัขของพวกเขา การออกกำลังกายนี้ยังเหมาะสำหรับสุนัขที่มีความกระฉับกระเฉงมาก เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกความทนทาน หรือช่วยระบายพลังงานหลังจากอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน การเคลื่อนไหวที่ต้องยกขาก้าวข้ามคานอย่างชัดเจนจะช่วยพัฒนาการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (proprioception) การประสานงานของการเคลื่อนไหว และช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (ROM) 9,10 คานสามารถปรับความสูงได้ตามประวัติและความต้องการของผู้ป่วย และในอุดมคติแล้วสุนัขควรสามารถก้าวหนึ่งก้าวระหว่างคานแต่ละอัน เพื่อช่วยให้การประสานงานดีขึ้นและเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (ROM) 2,10 (รูป 10). ด้ามไม้กวาดและกรวยเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาถูกและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างเส้นทางฝึกที่ท้าทาย

จากการทำงานร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ป่วยสามารถได้รับประโยชน์จากวิธีการรักษาเสริมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ การรักษาด้วยไฟฟ้า (Electrotherapy) เช่น NMES, TENS และอัลตราซาวด์เพื่อการรักษา ช่วยลดอาการปวด กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งเสริมการหายของเนื้อเยื่ออ่อน และประโยชน์อื่น ๆ 11
การรักษาด้วยเลเซอร์ทางกายภาพบำบัด (Therapeutic laser) ใช้คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเพื่อกระตุ้นกระบวนการโฟโตไบโอโมดูเลชัน (photobiomodulation) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนการทำงานทางสรีรวิทยาของเซลล์และเนื้อเยื่อ โดยการดูดซับแสงของส่วนประกอบภายในเซลล์จะกระตุ้นอิเล็กตรอนและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ส่งเสริมกระบวนการต่าง ๆ เช่น การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ การเพิ่มจำนวนของเซลล์ การเคลื่อนที่ของเซลล์ และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ 12
ลู่วิ่งใต้น้ำ (Underwater treadmill) (รูปที่ 11) ใช้แรงต้านของน้ำเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (ROM) และความทนทานทางร่างกาย ขณะเดียวกันก็อาศัยแรงพยุงของน้ำเพื่อลดการลงน้ำหนักและอาการปวด 13

โภชนาการ (Nutrition)
โภชนาการและการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินควบคู่กัน การตระหนักว่าโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ในสุนัข ช่วยเพิ่มความตระหนักรู้และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองสุขภาพ จากข้อมูลเชิงลึกของงานวิจัยด้านสุนัข ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถเสริมความเข้มแข็งในการให้คำแนะนำและสนับสนุนการนำแผนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นมาใช้ เพื่อป้องกันโรคอ้วนและส่งเสริมการลดน้ำหนัก 14
วิทยาลัยโภชนาการสัตวแพทย์แห่งอเมริกา (American College of Veterinary Nutrition) ซึ่งปัจจุบันคือ วิทยาลัยอายุรศาสตร์สัตวแพทย์แห่งอเมริกา (American College of Veterinary Internal Medicine) ได้พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า “วงจรแห่งโภชนาการ” (Circle of Nutrition) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ ดังต่อไปนี้ 15
- ปัจจัยเฉพาะของสัตว์ (Animal-specific factors): การรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย เช่น อายุ สายพันธุ์ น้ำหนัก ประวัติทางการแพทย์ และยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ การประเมินคะแนนสภาพร่างกาย (Body Condition Score: BCS) ถือเป็นข้อบังคับ โดยทั่วไปค่า 5/9 หรือ 3/5 (ขึ้นอยู่กับระบบการให้คะแนน) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
คณะกรรมการโภชนาการโลกของ WSAVA (WSAVA Global Nutrition Committee) ได้จัดทำตารางประเมินคะแนนซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง 16 นอกจากนี้ ยังมีการประเมินและบันทึกสภาพกล้ามเนื้อ เพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงตลอดกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ
- ปัจจัยเฉพาะด้านอาหาร (Diet-specific factors): การเลือกอาหารที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องการระดับสารอาหารเฉพาะ หรือผู้ป่วยที่ต้องการอาหารพลังงานสูงหลังการบาดเจ็บ การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วยโดยตรง จากการสำรวจล่าสุดของสมาคมป้องกันโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง (The Association for Pet Obesity Prevention) พบว่า สุนัขในสหรัฐอเมริการ้อยละ 59 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกินหรืออ้วน (BCS ระหว่าง 6/9 ถึง 9/9) 17ภาวะอ้วนสามารถเร่งและทำให้การเกิดรวมถึงการดำเนินโรคของข้อเสื่อมและโรคข้อต่อรุนแรงขึ้นได้ การลดน้ำหนักในระดับปานกลาง ประมาณร้อยละ 6–9 ของน้ำหนักตัว จะช่วยให้สัตว์แสดงให้เห็นถึงการดีขึ้นอย่างชัดเจน 18 ดังนั้น การประเมินอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญ เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด โปรแกรมการลดน้ำหนักควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดโดยทีมสัตวแพทย์ของสัตว์เลี้ยง
- การจัดการการให้อาหารและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Feeding management and environmental factors): การซักประวัติด้านโภชนาการอย่างครบถ้วนจะช่วยให้สามารถพูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อระบุช่องว่างของการจัดการอาหาร แหล่งที่มาของแคลอรีส่วนเกิน และแนวทางการปรับเปลี่ยนที่สามารถนำไปใช้ได้ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น การให้ขนม (treats) การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในครัวเรือนเดียวกัน หรือแหล่งอาหารจากภายนอก อาจถูกระบุพบได้ การใช้แบบฟอร์มตรวจประเมินโภชนาการของ WSAVA (WSAVA nutritional assessment form checklist) จะช่วยอำนวยความสะดวกในการรวบรวมข้อมูล 19
การทำงานร่วมกันระหว่างทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูและสัตวแพทย์ผู้ดูแลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้แผนการฟื้นฟูสมรรถภาพมีความครอบคลุมและประสานงานกันอย่างเหมาะสม โดยการที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการทำแบบฝึกหัดที่บ้าน จะช่วยส่งเสริมความสำเร็จโดยรวมของแผนการรักษาได้อย่างมาก
สรุป
โปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีประสิทธิภาพสามารถให้ประโยชน์ได้ในหลากหลายสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในทุกกรณีจำเป็นต้องมีการติดตามและประเมินผลอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จและให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพของผู้ป่วย
ผู้ช่วยสัตวแพทย์/พยาบาลสัตวแพทย์มีทักษะที่หลากหลาย และสามารถมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและทักษะการสื่อสารมาใช้ เพื่อให้การสนับสนุนที่ดีที่สุดแก่ทั้งผู้ป่วยและเจ้าของตลอดกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ
Cynthia Mercier
RVT, CCRP, Royal Canin, Hawkesbury, Ontario, Canada
Cynthia Mercier is a registered veterinary technician (RVT) who graduated from Boreal College, Ontario in 2011 and went on to earn her certificate in canine rehabilitation (CCRP) from The University of Tennessee Program. She dedicated several years to teaching veterinary students as well as working in a small practice and referral center, and currently serves as a Scientific Communication Technician with Royal Canin.
References
- Brown JA, Tomlinson J. Rehabilitation of the canine forelimb. Vet. Clin. Small Anim. 2021;51(2):401-420.
- Millis DL, Levine D. Canine Physical Therapy and Rehabilitation. 2nd ed. Philadelphia: Elsevier Saunders 2013;9-519.
- Corti L. Massage therapy for dogs and cats. Top Companion Anim. Med. 2014;29(2):54-58.
- Hourdebaigt JP. Canine Massage A Complete Reference Manual. 2nd ed. Washington: Dog Wise Publishing, 2004;71-76.
- Chamberlain GJ. Cyriaxs friction massage: a review. J. Orthop. Sports Phys. Ther. 1982;4(1):16-22.
- Baltzer WI. Rehabilitation of companion animals following orthopedic surgery. NZ Vet. J. 2020;68(3):157-167.
- Drygas KA, McClure SR, Goring RL, et al. Effect of cold compression therapy on postoperative pain, swelling, range of motion, and lameness after tibial plateau leveling osteotomy in dogs. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2011;238(10):1284-1291.
- Yoshikawa K, Kitazawa T, Sano T, et al. Kinematic characteristics of canine hindlimb movement during sit-to-stand and stand-to-sit motions. Res. Vet. Sci. 2023;162:104944.
- Holler PJ, Brazda V, Dal-Bianco B, et al. Kinematic motion analysis of the joints of the forelimbs and hind limbs of dogs during walking exercise regimens. Am. J. Vet. Res. 2010;71(7):734-740.
- Dycus DL, Levine D, Marcellin-Little DJ. Physical rehabilitation for the management of canine hip dysplasia. Vet. Clin. Small Anim. 2017;47(4):823-850.
- Canapp JR, Sherman O. The canine stifle. Clin. Tech. Small Anim. Pract. 2007;22(4):195-205.
- Pryor B, Millis DL. Therapeutic laser in veterinary medicine. Vet. Clin. Small Anim. 2015;45(1):45-56.
- Chiquoine J, Martens E, McCauley L, et al. Aquatic therapy. In; Canine Sports Medicine and Rehabilitation. 2nd ed. 2018;208-226.
- Lund EM, Armstrong PJ, Kirk CA, et al. Prevalence and risk factors for obesity in adult dogs from private US veterinary practices. Int. J. Appl. Res. Vet. Med. 2006;4(2):177.
- Baldwin K, Bartges J, Buffington T, et al. AAHA nutritional assessment guidelines for dogs and cats. J. Am. Anim. Hosp. Assoc. 2010;46(4):285-296.
- World Small Animal Veterinary Association (WSAVA) Body Condition Score dog. Available at www. https://wsava.org/wp-content/uploads/2020/01/Body-Condition-Score-Dog.pdf. Accessed October 1, 2024.
- Association for Pet Obesity Prevention Web Site. 2022 Pet Obesity Prevalence Survey. Available at: https://www.petobesityprevention.org/thank-you-download-state-of-pet-obesity-report?rq=state%20of%20pet Accessed October 1, 2024.
- Marshall WG, Hazewinkel HAW, Mullen D, et al. The effect of weight loss on lameness in obese dogs with osteoarthritis. Vet. Res. Commun. 2010;34:241-253.
- World Small Animal Veterinary Association (WSAVA). Nutritional Assessment Checklist. Available at https://wsava.org/wp-content/uploads/2020/01/Nutritional-Assessment-Checklist.pdf. Accessed October 1, 2024.
Other articles in this issue
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย