การนำบทสนทนาเกี่ยวกับโภชนาการโดยนักเทคนิคสัตวแพทย์ในคลินิค
การพูดคุยเรื่องโภชนาการโดยเจ้าหน้าที่เทคนิคสัตวแพทย์ (veterinary technician) เป็นอีกเครื่องมือที่ทรงพลังในคลินิกสัตวแพทย์ซึ่งสามารถช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความเข้าใจที่ดีขึ้นและสามารถปฏิบัติตามได้ดีขึ้นตาม

ประเด็นสำคัญ
นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์ควรเป็นแผนกแรกของคลินิคที่ได้มีการซักถามเรื่องโภชนาการ
บทสนทนาที่มีประสิทธิภาพและความเข้าใจในอาหารสัตว์อาหารสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้การดูแลรักษาทางคลินิกที่เหมาะสมที่สุดให้กับสัตว์ป่วย
นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์สามารถและควรมีบทบาทเชิงรุกในการเข้าหาเจ้าของสัตว์เลี้ยง และนำบทสนทนาและรับมือกับการสื่อสารที่ยากลำบากได้
การพูดคุยด้านโภชนาการกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักมองว่าการให้อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นการกระทำที่เกิดจากคสามรักและความห่วงใย
บทนำ
โภชนาการมีบทบาทสำคัญในสุขภาพโดยรวมสำหรับสัตว์เลี้ยง และหากมีคำแนะนำด้านอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีและรวมถึงการป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ นอกจากนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความตระหนักเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลของโภชนาการต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและคาดหวังที่จะได้รับคำแนะนำทางโภชนาการจากผู้เชี่ยวชาญที่ละเอียดมากขึ้น [1] อย่างไรก็ตามเจ้าของสัตว์จำนวนมากยังคงรู้สึกว่ายังคงไม่ได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับโภชนาการมากนักขณะเข้ารับการตรวจรักษา [1,2] ไม่ว่าจะเป็นการจัดการภาวะอ้วน การป้องกันโรคเรื้อรัง หรือการดูแลให้มั่นใจในเรื่องพื้นฐานว่าสัตว์เลี้ยงได้รับโภชนาการที่สมดุลและเหมาะสม ดังนั้นโภชนาการควรจัดเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่ใช้เข้ารับการรักษาทางสัตวแพทย์ และให้ถือเป็น “การประเมิณสัญญาณชีพอย่างที่ห้า” [3,4] และควบคู่ไปกับอีก 4 อย่างคือ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจร อัตราการหายใจ และการประเมินความเจ็บปวด
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการทำความเข้าใจเรื่องของอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญในการให้การรักษาที่เหมาะสม แต่ก่อนที่จะให้คำแนะนำด้านโภชนาการใดใด หรือเริ่มต้นพูดคุยเกี่ยวกับการจัดการด้านโภชนาการนั้น จำเป็นจะต้องมีประวัติการกินอาหารและโภชนาการเดิมอย่างครบถ้วนก่อน [3,5] บทความนี้จะเจาะลึกถึงบทบาทที่สำคัญทางด้านโภชนาการในการดูแลสุขภาพสัตวเลี้ยงในทางสัตวแพทย์ โดยจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการมีบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมเชิงรุกจากนักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาบสัตวแพทย์เพื่อทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดียิ่งขึ้น [6]
ความสำคัญของโภชนาการ
การให้การรักษาทางสัตวแพทย์ไม่เพียงแค่รักษาโรคต่าง ๆ ให้หายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการป้องกันโรคและทำให้มีสุขภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวด้วย ดังนั้นการมีโภชนาการที่ดีจึงมีบทบาทสำคัญทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง ป้องกันภาวะอ้วน เบาหวาน ความผิดปกติของลำไส้แบบเรื้อรัง รวมถึงโรคทางกระดูกและข้อต่าง ๆ [6], ถึงแม้จะรู้ว่าการได้รับอาหารที่เหมาะสมจะมีประโยชน์อย่างไร แต่จากการศึกษาพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลาย ๆ คนยังไม่ได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการที่เพียงพอจากสัตวแพทย์ของพวกเขา [1,2] ทีมบุคลากรทางสัตวแพทย์มักถูกระบุให้เป็นแหล่งข้อมูลหลักที่สำคัญที่สุดในด้านโภชนาการอาหารสัตว์แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง แต่เจ้าของหลาย ๆ คนยังคงมองหาแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจากภายนอกอยู่แม้จะมีความน่าเชื่อถือต่ำ นี่จึงเป็นสิ่งสะท้อนถึงช่องว่างของการสื่อสารที่สำคัญระหว่างสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของสัตว์เลี้ยงในประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์เล็กโลก (WSAVA) แนะนำให้พูดถึงโภชนาการในทุก ๆ การเข้ารับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ (รูปภาพที่ 1) [4] แต่สัตวแพทย์มักพบกับความยากลำบากที่จะทำสิ่งนี้ได้ เช่น ข้อจำกัดด้านเวลา การไม่เห็นด้วยจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง และการไม่ได้รับการฝึกให้ซักประวัติเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการเข้ามาด้วย เพื่อจะเอาชนะความท้าทายเหล่านี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางอย่างชัดเจน และการปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอโดยนักเทคนิคสัตวแพทย์และพยาบาลสัตวแพทย์ที่จะเป็นผู้รับหน้าที่นำบทสนทนาในประเด็นเหล่านี้

บทสนาเกี่ยวกับโภชนาการที่เคร่งเครียด
นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วมีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำบทสนทนาเข้าสู่ประเด็นเกี่ยวกับโภชนาการ เนื่องจากพวกเขาได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดีที่จะสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และสามารถสร้างบรรยากาศที่ทำให้เจ้าของสัตว์รู้สึกถึงการสนับสนุนและเข้าใจ [6] การชั่งน้ำหนักก่อนตรวจ ร่วมกับบทสนทนาที่ให้ข้อมูลที่สำคัญต่อช่วงวัยนั้น ๆ ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวได้ [3,4,5] การมีบทสนทนาเหล่านี้อาจทำให้มีผลลัพธ์ที่ดี แม้ไม่สามารถเห็นผลได้ทันที แต่คุณค่าที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การมีผลที่ดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงเมื่อเวลาผ่านไป ยกตัวอย่างเช่น จากการศึกษาพบว่าการติดตามน้ำหนัก และมีการใช้กราฟแสดงการเติบโตของลูกสุนัขหรือลูกแมวสามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันการเกิดโรคอ้วนได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นโรคหลักที่จะส่งผลให้เกิดภาวะเรื้อรังหลายอย่าง ดังนั้นการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ร่างกายที่พึงประสงค์ (BSC) ตลอดชีวิตไม่เพียงแต่จะทำให้สัตว์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ยังทำให้สัตว์มีสุขภาพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ [7,8] ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีจัดการด้านโภชนาการเชิงรุกในทุก ๆ ช่วงวัยของชีวิตสัตว์เลี้ยง
นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์สามารถรวมบทสนทนาเรื่องโภชนาการให้เข้ากับโปรแกรมการตรวจสุขภาพ หรือการให้คำปรึกษาตามปกติ (รูปภาพที่ 2) [6]; การมีบทสนทนาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการแนะนำอาหารเพียงอย่างเดียว อาจจะให้คำแนะนำเบื้องต้นในเรื่องอื่นด้วย เช่น การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงช่วงวัยอย่างเหมาะสม หรือการวางแผนลดน้ำหนัก การพูดคุยเรื่องวิธีการให้อาหารที่สามารถทำได้จริง เช่น ถาดอาหารแบบเกมซ่อนอาหาร (puzzle feeders), การให้อาหารแบบโปรยอาหาร (scatter feeding) หรือการให้อาหารแบบกำหนดเวลา วิธีเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการพูดคุยซึ่งตอบโจทย์ทั้งในด้านโภชนาการและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง

การซักประวัติด้านโภชนาการอย่างครบถ้วน
การให้คำปรึกษาทางสุขภาพที่สมบูรณ์เริ่มต้นขึ้นจากการเข้าใจรายละเอียดของอาหารสัตว์เลี้ยง วิธีการให้อาหารและภาวะทางสุขภาพ [5] แบบฟอร์มของการเก็บข้อมูลทางโภชนาการจากสมาคม WSAVA (https://wsava.org/wp-content/uploads/2020/01/Diet-History-Form.pdf) (รูปภาพที่ 3) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการเก็บข้อมูล และระบุจุดสำคัญเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยง วิธีการให้อาหาร ภาวะทางสุขภาพเพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีข้อมูลทางสุขภาพใดที่ถูกมองข้ามไป [4,9] แต่ถึงอย่างนั้นแบบฟอร์มนี้ก็อาจจะไม่สามารถรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นภาพเดียวได้ นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์จึงควรถามคำภามปลายเปิดเพื่อให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น “หากคุณไม่อยู่บ้านเป็นเวลา 1 อาทิตย์และฉันต้องเป็นคนดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณมีอะไรที่ต้องให้ฉันทราบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยงของคุณบ้าง”การเข้าหาเช่นนี้จะทำให้คำตอบที่มีรายละเอียดมากขึ้น ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่ค่อยได้รับการพูดถึงรวมและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมสัตวแพทย์กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ข้อมูลด้านโภชนาการที่ได้รับมีความแม่นยำมากขึ้นและส่งเสริมการร่วมมือของทั่งสองฝ่าย [3,4,5,6]

การมีส่วนร่วมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการตัดสินใจด้านโภชนาการถือเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในระยะยาว เมื่อเจ้าของสัตว์รู้สึกได้รับข้อมูลเพียงพอและมีส่วนร่วมในกระบวนการ พวกเขามีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำด้านโภชนาการที่ได้รับมาดีขึ้น จากการศึกษาพบว่า เมื่อทีมสัตวแพทย์ให้ข้อมูลที่ชัดเจน มีคำแนะนำที่มีหลักฐานรองรับ เจ้าของสัตว์มักมีความมั่นใจและมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอาหารตามคำแนะนำ [1,2,3,4,5] นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์มีความเหมาะสมในการชักในให้เกิดการมีส่วนร่วมนี้ และสามารถแนะนำเจ้าของสัตว์เลี้ยงในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ ผ่านการประเมินด้านโภชนาการและอธิบายการให้อาหารที่เหมาะสมอย่างชัดเจน นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์สามารถทำให้มั่นใจได้ว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้นมีความเข้าใจและมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำและจนเกิดความเปลี่ยนแปลงตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนการรักษา เมื่อโภชนาการได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการตรวจรักษาในทุก ๆ ครั้ง จะเปลี่ยนการทำให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้สุขภาพของสัตว์เลี้ยงดีขึ้น [3,4] การนัดติดตามผลนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพื่อให้มั่นใจว่าว่าได้รับอาหารตามที่วางแผนไว้ให้สำเร็จ; สัตว์ที่มีภาวะสุขภาพเรื้อรังหรือมีความต้องการทางโภชนาการเป็นพิเศษ เช่น โรคอ้วน หรือโรคไต ต้องได้รับการติดตามอย่างเสมอเสมอเพื่อปรับโภชนาการตามความต้องการ การเข้ามาที่คลินิคอย่างสม่ำเสมอทำให้นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์และคนอื่น ๆ ในทีมสัตวแพทย์เข้าถึงความคืบหน้า และสามารถปรับแผนตามความจำเป็นเพื่อทำให้แผนการทางโภชนาการสามารถดำเนินต่อไปควบคู่ไปตามความต้องการของสัตว์เลี้ยงที่อาจเปลี่ยนแปลงไป (รูปภาพที่ 4)

การนำบทสนทนาที่มีความท้าทาย
#การพูดคุยเกี่ยวกับโภชนาการอาจเป็นเรื่องที่มีความท้าทาย เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักมองว่าการให้อาหารสัตว์เลี้ยงนั้น นับเป็นการกระทำที่เกิดจากอารมณ์และความห่วงใย เป็นเรื่องจริงที่หลาย ๆ คนมองว่าการให้อาหารเป็นการแสดงออกถึงความรัก และการให้คำแนะนำเรื่องการให้อาหารกับเจ้าของ อาจทำให้รู้สึกเหมือนตนกำลังถูกวิจารณ์อยู่ ความเกี่ยวข้องจากอารมณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การต่อต้าน โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำแนะนำที่ขัดแย้งกับวิธีการให้อาหารที่เจ้าของที่ยึดถือมานาน [1,3,10,11] ในปัจจุบันที่เป็นยุคของโรคดิจิตัล เจ้าของสัตว์มีแนวโน้มที่จะหันไปหาคำแนะนำจากแหล่งข้อมูลโภชนาการจากแหล่งที่ไม่ใช่จากผู้เชี่ยวชาญ เช่น กลุ่มในโชเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือเว็บไซต์พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ต [1,2,12] ไม่ดีนักที่แหล่งข้อมูลเหล่านี้มักให้ข้อมูลที่มีความขัดแย้งกัน เรื่องราวจากประสบการณ์ส่วนบุคคลและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ ยกตัวอย่างเช่น อาหารทางเลือกที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ – เช่น อาหารดิบ หรือโฮมเมดที่มีความไม่สมดุลทางโภชนาการ – กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง และอาหารเหล่านี้มีความเสี่ยงทางสุขภาพหลายอย่างอย่างมีนัยสำคัญ [13,14,15,16,17,18,19] สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญควรมีบทบาทในการเตรียมให้ความรู้กับเจ้าของสัตว์ล่วงหน้าในเรื่องของความสำคัญของอาหารที่สมดุล โภชนาการที่มีหลักฐานรองรับ และควรแนะนำแนวทางที่มีหลักวิชาการมารองรับโดยยังเคารพต่อมุมมองของเจ้าของอยู่ [2,4,6,10,12]
การมีบทสนทนาเชิงรุกและสม่ำเสมอในเรื่องของโภชนาการสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ทำให้สัตวเลี้ยงมีชีวิตที่ยาวนานขึ้นและทำให้มีผลลัพท์ทางสุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวมได้
การพูดถึงอาหารที่แตกต่างจากแนวทางมาตรฐาน
หากสัตว์เลี้ยงได้รับ “อาหารทางเลือก” หรือที่ไม่ใช่อาหารทั่ว ๆ ไปอยู่ เช่น อาหารดิบ อาหารวีแกนหรืออาหารอย่างอื่นที่อาจจะมีสารอาหารไม่สมดุล เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเข้าหาโดยบทสนทนาที่มีความเห็นใจและความเข้าใจ พร้อมทั้งข้อมูลที่ถูกต้อง และนี่คือวิธีการที่จะประคับประคองและนำบทสนทนาอย่างมีประสิทธิภาพ:
1. เข้าใจมุมมองของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
เริ่มต้นจากการถามเจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับอาหารที่ให้สัตว์เลี้ยงกินในปัจจุบัน และตั้งใจฟังถึงเหตุผลในการเลือกใช้อาหารนั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลาย ๆ คน อาจเคยได้ยินเกี่ยวกับอาหารบางอย่าง - เช่น อาหารดิบ – จากแหล่งข้อมูลออนไลน์หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนอื่น ๆ จำเป็นที่ไม่ด่วนตัดสินและสอบถามถึงจุดประสงค์ของการใช้ - เช่น พวกเขาคาดหวังว่าจะให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพของขนที่ดีขึ้น มีพลังงานงานมากขึ้น หรือต้องการลดน้ำหนัก? การทำความเข้าใจแรงจูงใจของเจ้าของสัตว์จะช่วยนำพาบทสนทนาไปยังประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะได้รับจากอาหารที่สัตว์เลี้ยงได้รับ
2. การพูดคุยเรื่องความเสี่ยงจากอาหารที่ไม่ใช่อาหารมาตรฐานทั่วไป การระบุและอธิบายถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
• การปนเปื้อนจากแบคทีเรีย: อาหารดิบอาจมีแบคทีเรียที่อันตรายอยู่ (เช่น ซัลโมแนลลา อีโคไล) ทำให้เกิดปัญหาในทางเดินอาหารทั้งในสัตว์เลี้ยงและในคน โดยเฉพาะในสัตว์กลุ่มอายุน้อย สัตว์สูงวัย สัตว์ที่กำลังตั้งครรภ์และสัตว์ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง [13,14,15,16,17]
• สารอาหารไม่สมดุล: อาหารทางเลือกต่าง ๆ มักขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ทำให้นำไปสู้ภาวะการขาดแคลนวิตามินหรือเกลือแร่บางอย่างซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพได้เมื่อเวลาผ่านไป
• อันตรายจากกระดูก: กระดูกดิบ โดยเฉพาะส่วนที่มีขนาดไม่เหมาะสมหรือนำไปผ่านความร้อนมาแล้ว มีความเสี่ยงอาจทำให้สำลัก สร้างความเสียหายให้กับฟัน หรือเป็นอันตรายต่อทางเดินอาหารได้ (รูปภาพที่ 5) [19]
• ปรสิตต่าง ๆ: อาหารดิบอาจมีปรสิตหลายชนิด ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของสัตว์ [15,16,17]
หากได้รับอาหารที่มีโภชนาการไม่สมดุล มักพบความเสี่ยงดังต่อไปนี้
• ภาวะขาดสารอาหาร: อาหารที่มีโภชนาการไม่สมดุลสามารถนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความร่าเริงกระฉับกระเฉงของสัตว์เลี้ยง คุณภาพเส้นขนและสุขภาพโดยรวม [13,14,18,20]
• เกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์: อาหารที่ไม่สมดุลอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักได้ เช่น โรคอ้วน การเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะในลูกสุนัขและแมว [18,20]
• ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: อาหารที่มีสารอาหารไม่สมดุลทำให้อวัยวะต้องทำงานหนักขึ้นซึ่งทำให้เกิดปัญหาในตับ ไต หัวใจเมื่อเวลาผ่านไป [18,20]

3. การพูดคุยเรื่องอาหารทางเลือกที่มีความสมดุลทางโภชนาการ
เพื่อเน้นย้ำเว่าอาหารสำเร็จรูปมีความสมดุลทางโภชนาการ และคิดสูตรอาหารโดยใช้นักโภชนาการสัตวแพทย์โดยเฉพาะ และถูกออกแบบตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อให้ตรงตามความต้องการทางโภชนาการของสัตวเลี้ยง การอ่านคำเคลมที่ฉลากข้างถุงร่วมกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เนื่องจากไม่ใช่ทุกอาหารสำเร็จรูปจะดีต่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขา สหพันธ์อาหารสัตว์เลี้ยงแห่งยุโรป (FEDIAF) ได้ตีพิมพ์คำอธิบายการอ่านและการใช้งานฉลากข้างถุงโดยละเอียด ข้อความกล่าวอ้างที่สามารถระบุได้ [20,21] หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงชอบอาหารโฮมเมดมากกว่า ควรอธิบายการเตรียมอาหารที่มีความสมดุลทางโภชนาการที่เป็นไปได้โดยการวางแผนและเสริมสารอาหารที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของนักโภชนาการสัตวแพทย์ [10,18]
ถ้าหากเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังคงยืนยันที่จะให้อาหารดิบก็ควรอธิบายถึงแนวทางที่จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัยซึ่งต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ มีการเสริมอาหารและมีการรักษาสุขอนามัยอย่างเหมาะสม และเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรได้รับคำแนะนำจากการปรึกษาจากนักโภชนาการสัตวแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน [13,14,19] และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสุขอนามัยขณะเก็บและเตรียมอาหาร(ดิบ) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซึ่งสามารถทำให้เจ้าของเข้าใจและทำตามได้ง่ายขึ้นเมื่อให้แหล่งข้อมูลประกอบที่มีการเขียนคำอธิบายที่ชัดเจน [9,13,14,15,16,17]
4. แต่ถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังยืนกรานจะให้อยู่
เมื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงยืนยันที่จะให้อาหารที่ไม่ตามมาตราฐานทั่วไปอยู่ แม้จะทราบเรื่องข้อควรระวังต่าง ๆ แล้วการแสดงออกของเราก็ยังคงต้องให้ความเคารพและให้การสนับสนุนเจ้าของอยู่ อาจจะใช้คำพูดประมาณว่า:
- ยอมรับสิ่งที่เจ้าของเลือก : “ฉันเข้าใจความรู้สึกคุณมาก ๆ ในการเลือกอาหารแบบนี้ และฉันก็เคารพในสิ่งที่คุณพยายามทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
- ให้คำแนะนำ: “ถ้าหากคุณเลือกให้อาหารแบบนี้ต่อไป ฉันอยากแนะนำให้มีการติดตามสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด และมีการเข้ามาตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการตรวจเลือดหรือการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่จะสามารถตรวจพบโรคหรือภาวะทางสุขภาพที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า”
- แนะนำการให้อาหารเสริม: “อาหารดิบหรืออาหารโฮมเมดบางชนิดอาจจะต้องการให้เสริมสารอาหารบางอย่างเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงของคุณ จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้คิดสูตรอาหารร่วมกับนักโภชนาการสัตวแพทย์”
- ให้แหล่งที่ใช้ในการเรียนรู้เพิ่มเติม: ให้บทความ หนังสือจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ หรือข้อมูลติดต่อของนักโภชนาการสัตวแพทย์เพื่อช่วยให้ข้อมูลเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการตัดสินใจเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยง
ควรพูดเปิดและทำให้เกิดบทสนทนาในเชิงสนับสนุนและให้กำลังใจในทุก ๆ ครั้ง เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนอาจจะมีความเชื่อมั่นต่อการเลือกอาหารของพวกเขาอย่างแรงกล้า สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีบทบาทในการให้ความรู้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงโดยที่ไม่ทำให้รู้สึกถูกกีดกันออกไป รักษาบทสนทนาโดยให้เน้นไปที่เรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ให้ข้อมูลที่พวกเขาสามารถนำไปให้ได้ และให้คำแนะนำถ้าหากจำเป็นเพื่อให้สัตว์เลี้ยงยังคงมีสุขภาพที่ดีต่อไป เท่าที่จะสามรถทำได้ เคล็ดลับในการเข้าหาเจ้าของสัตว์เลี้ยง ระบุไว้ในกล่องข้อความที่ 1
กล่องข้อความที่ 1. เคล็ดลับในการเข้าหาเจ้าของสัตว์เลี้ยงเรื่องโภชนาการสัตว์เลี้ยง
|
สรุป
โภชนาการเป็นสิ่งจำเป็นในการให้การรักษาทางสัตวแพทย์ ส่งผลต่อสุขภาพของสัตวเลี้ยงทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว การนำโภชนาการเข้ามาบูรณาการในการให้คำปรึกษาทางสัตวแพทย์นับเป็นส่งสำคัญเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีกว่า ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความไว้วางใจเพิ่มมากขึ้น นักเทคนิคสัตวแพทย์หรือพยาบาลสัตวแพทย์ที่ความเชี่ยวชาญเข้ามารวมกับการเข้าหาที่มีความเห็นอกเห็นใจ จะเป็นแนวหน้าในที่สำคัญโดยการใช้เวลาในการพูดคุยด้านโภชนาการอย่างละเอียด และการติดตามผล ส่วนสัตวแพทย์จะสามารถให้การสนับสนุนเจ้าของสัตว์ ทำให้สัตว์เลี้ยงนั้นมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยมีสุขภาพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามมา
Liesbeth A. Verhoef-Hamers
PV, VTS (Nutrition), AniCura Animal Hospital, Dordrecht, The Netherlands
Netherlands
Liesbeth Verhoef-Hamers has worked as a certified paraveterinair at a major Netherlands animal hospital for over 18 years. Throughout her career she has gained extensive experience as an all-round veterinary technician/nurse and head technician/nurse, with a passion for pet nutrition, and was awarded her VTS (Veterinary Technician Specialist) Certification in Nutrition in 2024. As well as serving as chairwoman of the AniCura Medical Interest Group (MIG) for Nutrition, and moderating the AniCura Pet Food Forum (PFF), she organizes training sessions, courses, and other events for the company, and is a frequent guest lecturer on topics such as pet nutrition and communication.
References
- Barton D. Pet owners beliefs and behaviors about pet nutrition. Trone Research and Consulting, 2023 https://www.petfoodindustry.com/news-newsletters/pet-food-news/article/15469814/study-focuses-on-pet-owner-beliefs-about-nutrition/ Accessed 19th Dec 2024.
- Oliveira MCC, Brunetto MA, da Silva FL, et al. Evaluation of the owners perception in the use of homemade diets for the nutritional management of dogs. J. Nutr. Sci. 2014;25;3:e23. DOI: 10.1017/jns.2014.24
- Empert-Gallegos A, Hill S, Yam PS. Insights into dog owner perspectives on risks, benefits, and nutritional value of raw diets compared to commercial cooked diets. Peer J. 2020 Dec 8:8:e10383. DOI: 10.7717/peerj.10383. eCollection 2020.
- Association for Pet Obesity Prevention (APOP). Veterinary Clinic: Pet Obesity Prevalence Survey Pet Owner: Weight Management, Nutrition, and Pet Food Survey 2018. https://www.petobesityprevention.org/ or Accessed 19th Dec 2024
- Schlesinger DP, Joffe DJ. Raw food diets in companion animals: a critical review. Can. Vet. J. 2011;52(1):50-54.
- Freeman LM, Chandler ML, Hamper BA, et al. Current knowledge about the risks and benefits of raw meat-based diets for dogs and cats. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2013;243(11):1549-1558.
- Davies RH, Lawes JR, Wales AD. Raw diets for dogs and cats: a review, with particular reference to microbiological hazards. J. Small Anim. Pract. 2019;60(6);329-339.
- van Bree FPJ, Bokken GCAM, Mineur R, et al. Zoonotic bacteria and parasites found in raw meat-based diets for cats and dogs. Vet. Rec. 2018;182(2):50.
- Nemser, S, Dora T, Grabenstein M, et al. Investigation of Listeria, Salmonella, and toxigenic Escherichia coli in various pet foods. Food Path. Dis. 2014;11(9);706-709.
- Stockman J, Fascetti AJ, Kass PH. Evaluation of recipes of home-prepared maintenance diets for dogs. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2013;242(11):1500-1505.
- Gaylord L, Raditic D. The benefits and risks of chew treats. Todays Vet. Pract. 2024. https://todaysveterinarypractice.com/nutrition/the-benefits-and-risks-of-chew-treats/ Accessed 19th Dec 2024
- Alvarez EE, Schultz KK, Floervhinger AM, et al. Small animal general practitioners discuss nutrition infrequently despite assertion of indication, citing barriers. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2022;260(13):1704-1710.
- Olivry T, Mueller RS. Critically appraised topic on adverse food reactions of companion animals (5): discrepancies between ingredients and labeling in commercial pet foods. BMC Vet. Res. 2018;14:24
- FEDIAF Code of Good Labelling Practice for Pet Food. 2019. https://europeanpetfood.org/wp-content/uploads/2022/02/FEDIAF_labeling_code_2019_onlineOctober2019.pdf Accessed 19th Dec 2024
- AAHA Nutrition and Weight Management Guidelines 2021. www.aaha.org/resources/2021-aaha-nutrition-and-weight-management-guidelines/ Accessed 19th Dec 2024
- WSAVA Global Nutritional Assessment Guidelines 2020; https://issuu.com/wsava/docs/wsava-global-nutrition-guidelines/ Accessed 19th Dec 2024
- AAHA Gathering a Comprehensive Nutrition History. 2021 https://www.aaha.org/resources/2021-aaha-nutrition-and-weight-management-guidelines/gathering-a-comprehensive-nutrition-history/ Accessed 19th Dec 2024
- Lakeman N. The role of nutrition in preventative medicine. Vet Nurse 2023;14(7);285-322.
- Kealy RD, Lawler DF, Ballam JM. Effects of diet restriction on life span and age-related changes in dogs. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2002;220:(9)1315-1320.
- Salt C, Morris P, German A, et al. Growth standard charts for monitoring bodyweight in dogs of different sizes. PLOS ONE 19(11): e0314711. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0314711 Accessed 19th Dec 2024
- WSAVA Nutritional Toolkit. 2011 https://wsava.org/wp-content/uploads/2021/04/WSAVA-Global-Nutrition-Toolkit-English.pdf/ Accessed 19th Dec 2024
Other articles in this issue
แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย