บทบาทของผู้ช่วยสัตวแพทย์ในการแนะนำโภชนาการในห้องตรวจ

เขียนโดย ลีสบิธ เอ. แฟร์ฮูฟ-ฮาเมอร์ส
 

การสนทนาเรื่องโภชนาการที่นำโดยผู้ช่วยสัตวแพทย์ ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในคลินิกสัตวแพทย์ ซึ่งสามารถช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าใจได้ดีขึ้นและปฏิบัติตามคำแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Reading time5 - 15 min
A vet nurse is sitting in front of a pet owner and writing on a clipboard.

ประเด็นสำคัญ

Group 15 1

ผู้ช่วยสัตวแพทย์ควรเป็นผู้นำในการสนทนาเรื่องโภชนาการในห้องตรวจ

Group 15 2

การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับอาหารของสัตว์เลี้ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการมอบการดูแลรักษาที่ดีที่สุด

Group 15 3

ผู้ช่วยสัตวแพทย์์สามารถและควรมีบทบาทเชิงรุก โดยการสร้างการมีส่วนร่วมกับเจ้าของสัตว์และรับมือกับความท้าทายด้านการสื่อสาร

Group 15 4

การพูดคุยเรื่องโภชนาการกับเจ้าของสัตว์อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากเจ้าของมักมองว่าการให้อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นการแสดงออกทางอารมณ์

บทนำ

 

โภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง และการให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งจำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์และป้องกันโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ ปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการที่มีต่อสุขภาพสัตว์มากขึ้น และคาดหวังที่จะได้รับคำแนะนำทางโภชนาการจากผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น [1] แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนยังคงรู้สึกว่าประเด็นเรื่องโภชนาการไม่ได้รับการพูดถึงอย่างเพียงพอในระหว่างการตรวจรักษา [1,2] ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับภาวะอ้วน การป้องกันโรคเรื้อรัง หรือการทำให้มั่นใจว่าสัตว์ได้รับสารอาหารที่สมดุล โภชนาการต้องเป็นหัวข้อหลักในการตรวจสัตวแพทย์ทุกครั้ง ในฐานะ “การตรวจพื้นฐาน5” (the fifth vital assessment)  [3,4] (การประเมินที่สำคัญอีก 4 อย่างคือ อุณหภูมิชีพจร การหายใจ และการประเมินความเจ็บปวด)

 

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและความเข้าใจที่ถ่องแท้เกี่ยวกับอาหารของสัตว์เลี้ยงจึงเป็นหัวใจในการดูแลรักษาสัตว์อย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะให้คำแนะนำหรือเริ่มพูดคุยเรื่องการจัดการโภชนาการ สิ่งสำคัญคือการเก็บประวัติทางโภชนาการอย่างครบถ้วนเสียก่อน  [3,5] บทความนี้จะพูดถึงบทบาทสำคัญของโภชนาการในงานดูแลสัตว์ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมเชิงรุกของผู้ช่วยสัตวแพทย์ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยง [6]

 

ความสำคัญของโภชนาการ

 

การดูแลสุขภาพสัตว์ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพระยะยาวอีกด้วย โภชนาการที่ดีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภารกิจนี้ โดยช่วยรักษาสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและป้องกันภาวะอ้วน เบาหวาน โรคลำไส้เรื้อรัง และแม้แต่โรคระบบกระดูกและข้อ [6], แม้ว่าประโยชน์ของโภชนาการที่เหมาะสมจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่การศึกษาหลายชิ้นพบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากยังไม่ได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการที่เพียงพอจากสัตวแพทย์  [1,2]  ในขณะที่ทีมสุขภาพสัตว์ถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักและที่สำคัญที่สุดในการให้คำแนะนำด้านอาหารสำหรับเจ้าของสัตว์ แต่เจ้าของหลายรายยังคงมองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก ซึ่งมักไม่เชื่อถือได้ [1],[2]

สมาคมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลก (WSAVA) แนะนำให้พูดคุยเรื่องโภชนาการในทุกการตรวจสุขภาพสัตว์ (ตามภาพที่ 1) [4] อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์มักเผชิญความท้าทายในการทำตามคำแนะนำนี้ เช่น ข้อจำกัดด้านเวลา ความไม่สนใจจากเจ้าของสัตว์ และการขาดการฝึกฝนในเรื่องการบูรณาการโภชนาการเข้ากับการตรวจรักษา การเอาชนะความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่มีโครงสร้างและสม่ำเสมอ โดยมีผู้ช่วยสัตวแพทย์เป็นกำลังสำคัญในการริเริ่มบทสนทนาเหล่านี้ [6]

A veterinarian standing in front of a pet owner who is holding a dog in her arms. The veterinarian is petting the dog.
ภาพที่ 1. สมาคมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลก (WSAVA) แนะนำว่าโภชนาการควรเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงทุกครั้ง แม้ว่าจะมีปัจจัยหลายประการที่อาจเป็นอุปสรรค เช่น ข้อจำกัดด้านเวลา ความไม่สนใจจากเจ้าของสัตว์ และการขาดการฝึกอบรม (เครดิตภาพ: Shutterstock)

บทสนาเกี่ยวกับโภชนาการที่เคร่งเครียด

 

ผู้ช่วยสัตวแพทย์มีบทบาทเฉพาะตัวในการเป็นผู้นำการสนทนาเรื่องโภชนาการ เนื่องจากได้รับการฝึกอบรมที่ทำให้สามารถให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง และสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง [6] การติดตามน้ำหนักเป็นประจำ ร่วมกับการพูดคุยที่มีข้อมูลในช่วงสำคัญของชีวิตสัตว์ สามารถให้ประโยชน์ในระยะยาว [3,4,5] การศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการติดตามน้ำหนักตัวและการใช้แผนภูมิการเจริญเติบโตสำหรับลูกสุนัขและลูกแมว สามารถช่วยป้องกันโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษารูปร่างที่เหมาะสม (Body Condition Score, BCS) ตลอดชีวิต ไม่เพียงช่วยยืดอายุขัย แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก [7,8] ผลการศึกษานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการโภชนาการเชิงรุกในทุกช่วงอายุของสัตว์เลี้ยง

 

ผู้ช่วยสัตวแพทย์สามารถบูรณาการการพูดคุยเรื่องโภชนาการในคลินิกหรือการตรวจตามปกติ (ตามภาพที่ 2) [6]โดยการสนทนาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเน้นเพียงแค่การแนะนำอาหารสูตรเฉพาะ แต่สามารถรวมถึงคำแนะนำทั่วไป เช่น การเปลี่ยนไปใช้อาหารที่เหมาะสมกับช่วงชีวิต หรือการวางแผนลดน้ำหนัก นอกจากนี้ การพูดคุยถึงวิธีให้อาหารที่หลากหลาย เช่น การให้อาหารแบบปริศนา (puzzle feeders), การโปรยอาหาร (scatter feeding) หรือ การกำหนดเวลาให้อาหารอย่างเป็นระบบ ยังช่วยเสริมสร้างคุณค่าของการสนทนา ทั้งในแง่โภชนาการและพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง

A vet nurse is sitting in front of a pet owner and writing on a clipboard.
ภาพที่ 2. ผู้ช่วยสัตวแพทย์สามารถบูรณาการการพูดคุยเรื่องโภชนาการเข้ากับการตรวจหรือคลินิกตามปกติ และสามารถขยายหัวข้อสนทนาให้ครอบคลุมคำแนะนำทั่วไป เช่น การเปลี่ยนไปใช้อาหารที่เหมาะสมกับช่วงชีวิต การวางแผนลดน้ำหนักและการใช้วิธีให้อาหารแบบปริศนา (puzzle feeders) (เครดิตภาพ: Shutterstock)

การเก็บประวัติทางโภชนาการอย่างละเอียด

 

การตรวจสุขภาพที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาหารของสัตว์เลี้ยง พฤติกรรมการกิน และสภาวะสุขภาพ [5] แบบฟอร์มโภชนาการของ WSAVA (ลิงก์: https://wsava.org/wp-content/uploads/2020/01/Diet-History-Form.pdf) (ตามภาพที่ 3) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ และสามารถช่วยกำหนดรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับอาหาร พฤติกรรมการกิน และสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อมูลสำคัญใดถูกมองข้าม  [4,9]

อย่างไรก็ตาม แบบฟอร์มอาจไม่สามารถสะท้อนข้อมูลได้ครบถ้วนในทุกมิติ ผู้ช่วยสัตวแพทย์์จึงควรเสริมด้วยการถามคำถามปลายเปิด เช่น “ถ้าคุณต้องไปต่างจังหวัดเป็นสัปดาห์ และฉันต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณอยากบอกอะไรเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขาให้ฉันทราบบ้าง?” แนวทางนี้ช่วยกระตุ้นให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ข้อมูลอย่างละเอียด เปิดเผยพฤติกรรมที่อาจซ่อนอยู่ และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างทีมสัตวแพทย์กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เก็บประวัติทางโภชนาการได้อย่างถูกต้อง แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงด้วย [3,4,5,6]

 
A dog is sitting on an exam table. A person is leaning on the table and filling out a paper form for diet history. There is a stethoscope on the exam table.
ภาพที่ 3. แบบฟอร์มประวัติทางโภชนาการของ WSAVA เป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่าในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร พฤติกรรมการกิน และสภาวะสุขภาพของสัตว์เลี้ยง (เครดิตภาพ: Ewan McNeill)
ทำไมต้องสร้างการมีส่วนร่วมของเจ้าของสัตว์เลี้ยง?

การสร้างการมีส่วนร่วมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการตัดสินใจเรื่องโภชนาการของสัตว์เลี้ยงเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว เมื่อเจ้าของรู้สึกว่าตนได้รับข้อมูลที่เพียงพอและมีส่วนร่วมในกระบวนการ พวกเขามีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำด้านอาหารมากขึ้น การศึกษาพบว่า เมื่อทีมสัตวแพทย์ให้คำแนะนำที่ชัดเจนและมีหลักฐานรองรับ เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะรู้สึกมั่นใจและมีแนวโน้มที่จะนำการเปลี่ยนแปลงด้านอาหารไปปฏิบัติ [1,2,3,4,5]

ผู้ช่วยสัตวแพทย์์เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้นำในการสร้างการมีส่วนร่วมนี้ โดยสามารถเป็นผู้นำเจ้าของสัตว์เลี้ยงในทุกขั้นตอนของกระบวนการตัดสินใจ ตั้งแต่การประเมินโภชนาการ ไปจนถึงการอธิบายคำแนะนำด้านอาหารอย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าของเข้าใจและมีแรงจูงใจในการทำตามแผนโภชนาการที่กำหนด เมื่อโภชนาการกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงทุกครั้ง จะช่วยส่งเสริมการปฏิบัติตามคำแนะนำและเพิ่มคุณภาพสุขภาพของสัตว์ [3,4]

นอกจากนี้ การนัดติดตามผลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของแผนโภชนาการ โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีโรคเรื้อรังหรือความต้องการด้านอาหารเฉพาะ เช่น ภาวะอ้วน หรือโรคไต การตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ช่วยสัตวแพทย์และสัตวแพทย์สามารถประเมินความคืบหน้า ปรับแผนตามความจำเป็น และทำให้แผนโภชนาการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของสัตว์เลี้ยงได้อย่างต่อเนื่อง (ตามภาพที่ 4) [3,4]
A dog is laying on a scale and a member of the veterinary staff is holding the dog by its neck. Another member of the veterinary staff is standing on the back holding a clipboard and looking at the scale’s indicator.
ภาพที่ 4. สัตว์เลี้ยงจำนวนมากมีโรคเรื้อรังหรือความต้องการด้านอาหารเฉพาะที่จำเป็นต้องมีการติดตามและปรับแผนอย่างต่อเนื่อง การนัดตรวจติดตามผลเป็นประจำช่วยให้ทีมสัตวแพทย์สามารถประเมินความก้าวหน้าของสัตว์เลี้ยงและปรับแผนให้เหมาะสมตามความจำเป็น (เครดิตภาพ: Shutterstock)

การรับมือกับความท้าทายในการสื่อสาร


การพูดคุยเรื่องโภชนาการอาจเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักมองว่าการให้อาหารเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ หลายคนมองว่าการให้อาหารคือการแสดงความรักต่อสัตว์เลี้ยง ดังนั้นเมื่อได้รับคำแนะนำด้านอาหาร จึงอาจรู้สึกว่าเป็นการวิจารณ์ส่วนตัว ความผูกพันทางอารมณ์นี้อาจนำไปสู่การต่อต้าน โดยเฉพาะเมื่อคำแนะนำขัดแย้งกับวิธีให้อาหารที่ปฏิบัติมายาวนาน  [1,3,10,11]

 

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักหันไปหาข้อมูลด้านโภชนาการจากแหล่งที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เช่น กลุ่มในโซเชียลมีเดีย หรือฟอรั่มในอินเทอร์เน็ต [1,2,12] น่าเสียดายที่แหล่งข้อมูลเหล่านี้มักมีคำแนะนำที่ขัดแย้งกัน อ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัว และขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น แม้จะขาดการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ที่มั่นคง แต่ความนิยมของอาหารทางเลือก เช่น อาหารดิบ (raw diets) หรือ อาหารปรุงเองที่ไม่สมดุล กลับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ  [13,14,15,16,17,18,19] ทีมสัตวแพทย์จึงต้องมีบทบาทเชิงรุกในการให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับความสำคัญของโภชนาการที่สมดุลและมีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพมุมมองและความรู้สึกของเจ้าของสัตว์เลี้ยง  [2,4,6,10,12]

การสนทนาเรื่องโภชนาการอย่างเชิงรุกและสม่ำเสมอสามารถช่วยป้องกันโรค ยืดอายุขัย และเสริมสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น

ลีสบิธ เอ. แฟร์ฮูฟ-ฮาเมอร์ส

การพูดคุยเกี่ยวกับอาหารสูตรทางเลือก (Unconventional Diet)

 

หากสัตว์เลี้ยงได้รับอาหารที่ไม่ใช่อาหารตามมาตรฐานทั่วไป เช่น อาหารดิบ อาหารมังสวิรัติ (vegan) หรืออาหารอื่น ๆ ที่อาจไม่สมดุล สิ่งสำคัญคือ การพูดคุยต้องทำด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง

 

วิธีการพูดคุยอย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้:

 

1. เข้าใจมุมมองของเจ้าของสัตว์เลี้ยง:

 

เริ่มต้นด้วยการสอบถามเจ้าของเกี่ยวกับอาหารปัจจุบันของสัตว์เลี้ยง และรับฟังเหตุผลที่เลือกอาหารนั้น เจ้าของหลายคนอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาหารบางประเภท (เช่น อาหารดิบ) จากแหล่งออนไลน์หรือจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนอื่น สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่ตัดสิน และถามถึงเป้าหมายของพวกเขา เช่น พวกเขาหวังว่าอาหารนี้จะทำให้สัตว์เลี้ยงขนสวยขึ้น มีพลังงานมากขึ้น หรือช่วยลดน้ำหนักหรือไม่ การเข้าใจแรงจูงใจของเจ้าของจะช่วยให้การสนทนาเป็นไปในทิศทางที่สามารถอธิบายได้ทั้ง ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น และ ความเสี่ยงที่อาจตามมาจากอาหารที่สัตว์เลี้ยงได้รับ

 

2. พูดคุยเกี่ยวกับความเสี่ยงของอาหารสูตรทางเลือก (Unconventional Diet) โดยระบุและอธิบายปัญหาที่อาจเกิดขึ้น:

 

เนื้อดิบอาจมีเชื้ออันตรายปนเปื้อน เช่น Salmonella spp. และ E. coli ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงและคน (โดยเฉพาะสัตว์ในกลุ่ม YOPI — อายุน้อย สูงวัย ตั้งท้อง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง) เกิดปัญหาลำไส้ได้  [13,14,15,16,17]

 

ความไม่สมดุลของสารอาหาร อาหารทางเลือกมักขาดวิตามินและแร่ธาตุจำเป็น ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและปัญหาสุขภาพในระยะยาว [13],[14],[18]

 

อันตรายจากกระดูกดิบ โดยเฉพาะที่ขนาดไม่เหมาะสมหรือผ่านการปรุงสุก อาจทำให้สำลัก ฟันเสียหาย หรือทำร้ายทางเดินอาหาร (ดูภาพที่ 5) [19]


เนื้อดิบอาจมีพยาธิ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสัตว์และเจ้าของ [15,16,17] 

 

หากอาหารไม่สมดุล ความเสี่ยงหลักได้แก่ 

 

 การขาดสารอาหาร ทำให้สัตว์ทุพโภชนาการ ส่งผลต่อพลังงาน ขน และสุขภาพโดยรวม [13,14,18,20]



โรคอ้วนหรือน้ำหนักน้อยเกินไป ทำให้น้ำหนักผิดปกติ เช่น อ้วนหรือโตช้า โดยเฉพาะในลูกสัตว์ [18,20]


ความเสี่ยงต่อสุขภาพ โภชนาการที่ไม่สมดุลทำให้อวัยวะ เช่น ไต ตับ หรือหัวใจ ทำงานหนักจนเกิดปัญหาในระยะยาว [18,20]

A young dog laying on a rug in the floor chewing a large rawhide bone.
ภาพที่ 5. แม้ว่าเจ้าของบางคนจะชอบให้สุนัขกินกระดูกเป็นประจำ แต่กระดูกอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสำลัก ฟันเสียหาย หรือทำร้ายทางเดินอาหารได้ (เครดิตภาพ: Shutterstock)

3. พูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกที่สมดุล

 

เน้นว่า อาหารเชิงพาณิชย์ที่สมดุล ซึ่งพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์ ได้รับการออกแบบตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อตอบสนองความต้องการโภชนาการทั้งหมดของสัตว์เลี้ยง พูดคุยกับเจ้าของเกี่ยวกับฉลากอาหาร เนื่องจากอาหารเชิงพาณิชย์ไม่ใช่ทุกสูตรที่จะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา FEDIAF (สหพันธ์อาหารสัตว์เลี้ยงแห่งยุโรป) มีเอกสารที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการอ่านฉลากและข้อกล่าวอ้างที่สามารถระบุบนฉลากได้  [20,21] หากเจ้าของต้องการทำอาหารเองที่บ้าน อธิบายว่า สามารถทำอาหารให้สมดุลได้หากมีการวางแผนและเสริมสารอาหารอย่างเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตวแพทย์ [10,18]

 

ถ้าเจ้าของยืนยันที่จะให้อาหารดิบ ให้ชี้แจงว่า สามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ เสริมสารอาหาร และรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ควรแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์เพื่อให้แน่ใจว่าสัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารครบถ้วน [13,14,19] และเน้นย้ำความสำคัญของสุขอนามัยในการเก็บและเตรียมอาหาร (ดิบ) เพื่อป้องกันการปนเปื้อน ซึ่งสามารถเสริมด้วยการให้เอกสารความรู้เป็นลายลักษณ์อักษร [9,13,14,15,16,17]

 

4. หากเจ้าของยังคงยืนยัน

 

เมื่อเจ้าของยืนยันที่จะให้อาหารสูตรทางเลือก (Diet) แม้จะได้ทราบข้อควรระวังแล้ว ควรตอบสนองด้วยความเคารพและให้การสนับสนุน ตัวอย่างสิ่งที่สามารถพูดได้คือ: 

 

  • ยอมรับการตัดสินใจของพวกเขา  : “ฉันเข้าใจว่าคุณมีความมั่นใจในอาหารนี้ และเคารพในความมุ่งมั่นของคุณต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงของคุณ”

 

  • ให้คำแนะนำ: “ถ้าคุณเลือกที่จะให้อาหารนี้ต่อไป ฉันขอแนะนำให้เราติดตามสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจเลือดและการวินิจฉัยอื่น ๆ จะช่วยให้เราตรวจพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้เร็ว”

 

  • แนะนำการเสริมอาหาร : “อาหารดิบหรืออาหารทำเองบางชนิดอาจจำเป็นต้องเสริมสารอาหารเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ได้ทำร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์”

 

  • ให้แหล่งที่ใช้ในการเรียนรู้เพิ่มเติม: ให้ข้อมูลความรู้ เสนอเอกสาร บทความ หนังสือจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือข้อมูลติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์์เพื่อช่วยให้เจ้าของตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

 

สิ่งสำคัญคือควรให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสในการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพราะเจ้าของบางคนอาจมีความรู้สึกผูกพันกับการเลือกอาหารของตน บทบาทของทีมสัตวแพทย์คือให้ความรู้โดยไม่ทำให้เจ้าของรู้สึกแปลกแยก การรักษาการสนทนาให้เน้นไปที่สุขภาพและความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ให้ข้อมูลที่เจ้าของสามารถใช้ได้ และให้คำแนะนำตามความจำเป็น จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีที่สุด เคล็ดลับเชิงปฏิบัติในการสร้างการมีส่วนร่วมกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงดูได้ใน Box 1

 

Box 1. เคล็ดลับในการสร้างการมีส่วนร่วมกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับโภชนาการของสัตว์เลี้ยง

 

  1. ทำการประเมินโภชนาการเป็นกิจวัตร : ทำให้การประเมินโภชนาการเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจทุกครั้ง รวมถึงการประเมินคะแนนรูร่าง (Body Condition Score, BCS) การติดตามน้ำหนักและ BCS อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในลูกสุนัขและลูกแมว จะช่วยสร้างข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพูดคุยเรื่องอาหาร และสามารถส่งผลต่ออายุขัยและสุขภาพโดยรวมของสัตว์ได้อย่างมาก [3,4,5]
  2. ทำงานร่วมกันทั้งทีม : สัตวแพทย์ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ พนักงานต้อนรับ และเจ้าหน้าที่สนับสนุน ควรมีบทบาทในการสนับสนุนการพูดคุยเรื่องโภชนาการ โดยเฉพาะผู้ช่วยสัตวแพทย์ที่มีทักษะในการเป็นผู้นำการสนทนา ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้สึกได้รับการสนับสนุนและได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง [3,4,6]
  3. การติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญ : การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีความต้องการด้านโภชนาการเฉพาะ หรืออยู่ระหว่างการจัดการน้ำหนัก การติดตามและปรับแผนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ตอบสนองต่อความต้องการของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ [3,4,6]
  4. ฝึกอบรมและสร้างความมั่นใจให้ทีม : ควรฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในคลินิก โดยเฉพาะผู้ช่วยสัตวแพทย์ มีความรู้ด้านโภชนาการ เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำที่สอดคล้องและถูกต้องกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ [6] 
  5. สื่อสารอย่างชัดเจน : การสื่อสารที่สม่ำเสมอภายในทีมสัตวแพทย์ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจน ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้รับคำแนะนำที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและง่ายต่อการปฏิบัติตามด้วยความมั่นใจ [6]

 

บทสรุป

 

โภชนาการเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพสัตว์ เพราะมีบทบาททั้งต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาวของสัตว์เลี้ยง การบูรณาการโภชนาการเข้ากับทุกการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงจึงมีความสำคัญ เพื่อเสริมการป้องกันโรค ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และสร้างความไว้วางใจกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง

ผู้ช่วยสัตวแพทย์ ด้วยความเชี่ยวชาญและแนวทางที่เอาใจใส่ จึงเป็นผู้นำในเรื่องนี้ การจัดสรรเวลาเพื่อสนทนาและติดตามเรื่องโภชนาการอย่างรอบด้านจะช่วยสนับสนุนเจ้าของสัตว์เลี้ยง ยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง และส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา

 

 

Liesbeth A. Verhoef-Hamers

ลีสบิธ เอ. แฟร์ฮูฟ-ฮาเมอร์ส


PV, VTS (โภชนาการ), โรงพยาบาลสัตว์ AniCura, เมืองดอร์ดเรชท์, เนเธอร์แลนด์

 

ลีสบิธ แฟร์ฮูฟ-ฮาเมอร์ส ทำงานเป็น ผู้ช่วยสัตวแพทย์ที่ได้รับการรับรอง (paraveterinair) ในโรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่ในเนเธอร์แลนด์มานานกว่า 18 ปี ตลอดเส้นทางอาชีพ เธอมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางทั้งในบทบาท ผู้ช่วยสัตวแพทย์ และ หัวหน้าผู้ช่วยสัตวแพทย์ โดยมีความหลงใหลด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง และได้รับประกาศนียบัตร VTS (Veterinary Technician Specialist) ด้านโภชนาการ ในปี 2024 นอกจากนี้ เธอยังดำรงตำแหน่ง ประธานของ AniCura Medical Interest Group – MIG และเป็นผู้ดูแล AniCura Pet Food Forum (PFF) เธอยังจัดอบรม หลักสูตร และกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับบริษัท และเป็นวิทยากรรับเชิญบรรยายในหัวข้อโภชนาการสัตว์เลี้ยงและการสื่อสารอยู่บ่อยครั้ง


อ้างอิง
  1. Barton D. Pet owners beliefs and behaviors about pet nutrition. Trone Research and Consulting, 2023 https://www.petfoodindustry.com/news-newsletters/pet-food-news/article/15469814/study-focuses-on-pet-owner-beliefs-about-nutrition/ Accessed 19th Dec 2024.
  2. Oliveira MCC, Brunetto MA, da Silva FL, et al. Evaluation of the owners perception in the use of homemade diets for the nutritional management of dogs. J. Nutr. Sci. 2014;25;3:e23. DOI: 10.1017/jns.2014.24
  3. Empert-Gallegos A, Hill S, Yam PS. Insights into dog owner perspectives on risks, benefits, and nutritional value of raw diets compared to commercial cooked diets. Peer J. 2020 Dec 8:8:e10383. DOI: 10.7717/peerj.10383. eCollection 2020.
  4. Association for Pet Obesity Prevention (APOP). Veterinary Clinic: Pet Obesity Prevalence Survey Pet Owner: Weight Management, Nutrition, and Pet Food Survey 2018. https://www.petobesityprevention.org/ or Accessed 19th Dec 2024
  5. Schlesinger DP, Joffe DJ. Raw food diets in companion animals: a critical review. Can. Vet. J. 2011;52(1):50-54.
  6. Freeman LM, Chandler ML, Hamper BA, et al. Current knowledge about the risks and benefits of raw meat-based diets for dogs and cats. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2013;243(11):1549-1558.
  7. Davies RH, Lawes JR, Wales AD. Raw diets for dogs and cats: a review, with particular reference to microbiological hazards. J. Small Anim. Pract. 2019;60(6);329-339.
  8. van Bree FPJ, Bokken GCAM, Mineur R, et al. Zoonotic bacteria and parasites found in raw meat-based diets for cats and dogs. Vet. Rec. 2018;182(2):50.
  9. Nemser, S, Dora T, Grabenstein M, et al. Investigation of Listeria, Salmonella, and toxigenic Escherichia coli in various pet foods. Food Path. Dis. 2014;11(9);706-709.
  10. Stockman J, Fascetti AJ, Kass PH. Evaluation of recipes of home-prepared maintenance diets for dogs. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2013;242(11):1500-1505.
  11. Gaylord L, Raditic D. The benefits and risks of chew treats. Todays Vet. Pract. 2024. https://todaysveterinarypractice.com/nutrition/the-benefits-and-risks-of-chew-treats/ Accessed 19th Dec 2024
  12. Alvarez EE, Schultz KK, Floervhinger AM, et al. Small animal general practitioners discuss nutrition infrequently despite assertion of indication, citing barriers. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2022;260(13):1704-1710.
  13. Olivry T, Mueller RS. Critically appraised topic on adverse food reactions of companion animals (5): discrepancies between ingredients and labeling in commercial pet foods. BMC Vet. Res. 2018;14:24
  14. FEDIAF Code of Good Labelling Practice for Pet Food. 2019. https://europeanpetfood.org/wp-content/uploads/2022/02/FEDIAF_labeling_code_2019_onlineOctober2019.pdf Accessed 19th Dec 2024
  15. AAHA Nutrition and Weight Management Guidelines 2021. www.aaha.org/resources/2021-aaha-nutrition-and-weight-management-guidelines/ Accessed 19th Dec 2024
  16. WSAVA Global Nutritional Assessment Guidelines 2020; https://issuu.com/wsava/docs/wsava-global-nutrition-guidelines/ Accessed 19th Dec 2024
  17. AAHA Gathering a Comprehensive Nutrition History. 2021 https://www.aaha.org/resources/2021-aaha-nutrition-and-weight-management-guidelines/gathering-a-comprehensive-nutrition-history/ Accessed 19th Dec 2024
  18. Lakeman N. The role of nutrition in preventative medicine. Vet Nurse 2023;14(7);285-322.
  19. Kealy RD, Lawler DF, Ballam JM. Effects of diet restriction on life span and age-related changes in dogs. J. Am. Vet. Med. Assoc. 2002;220:(9)1315-1320.
  20. Salt C, Morris P, German A, et al. Growth standard charts for monitoring bodyweight in dogs of different sizes. PLOS ONE 19(11): e0314711. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0314711 Accessed 19th Dec 2024
  21. WSAVA Nutritional Toolkit. 2011 https://wsava.org/wp-content/uploads/2021/04/WSAVA-Global-Nutrition-Toolkit-English.pdf/ Accessed 19th Dec 2024

แบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย